วันจันทร์ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

เกร็ดโหราพาเพลินใจ






... เกร็ดโหราพาเพลินใจ ...



... โหราศาสตร์ได้จัดปีนักษัตร เริ่มปีชวดที่ราศีธนู  ปีฉลูที่ราศีมังกร ปีขาลที่ราศีกุมภ์

ปีเถาะที่ราศีมีน มีมะโรงที่ราศีเมษ  ปีมะเส็งที่ราศีพฤษภ ปีมะเมียที่ราศีมิถุน ปีมะแมที่

ราศ๊กรกฏ ปีวอกที่ราศีสิงห์ ปีระกาที่ราศีกันย์ ปีจอที่ราศีตุลย์ และปีกุนที่ราศีพฤศจิก 

โดยประมาณ คือโดยใกล้เคียง แต่ถ้าเกิดปลายปีหรือต้นปีอาจมีการเหลื่อมล้ำกันไป

ซัก หนึ่งราศีเป็นอย่างมาก ...



... ดังนั้นถ้ารารู้ว่าเขาเกิดปีใด เราสามารถคิดในใจคร่าวๆได้ว่า ดาวพฤหัสบดีของเขา

อยู่ในตำแหน่งใดได้ ... เพราะฉะนั้นคนเกิดปีมะโรงดาวพฤหัสบดีก็ต้องอยู่ราศีเมษเป็น

ราชาโชค โดยประมาณ ...



... ดาวพฤหัสบดีจะทำหน้าที่บอกว่าในปีนั้นจะมีโชคใหญ่ ความสำเร็จต่างๆหรือไม่ และ

ต้องดูว่า  ดาวพฤหัสบดีในดวงชาตาเดิมของทุกคน เป็นเจ้าเรือนดีหรือร้ายประการใด ... 

ในปีนั้นจรมาอยู่ภพอะไรในดวง ก็จะเกิดเหตุดี - ร้ายตามสถานการณ์นั้น ๆ ...











... ตัวอย่างดวงชาตา ... [ ชาย ]  ลัคนาราศีพฤศจิก ...

...  ดาวพฤหัสบดีเป็นเจ้าเรือนภพ ... 

... กฎุมภะ + ปุตตะ ... คือ เงิน,การเจรจา + การเสี่ยง, คนรัก ...

ดาวพฤหัสบดีจรมาอยู่ภพศุภะ [ ความสำเร็จ, สมใจนึก ] ...

เราตามไปดูว่าดาว ๒ เจ้าเรือนภพศุภะเดิมในดวงชาตาไปอยู่ไหน ? ...

ปรากฏว่าดาว ๒ ไปอยู่ภพกฎุมภะ - เงิน อีกแสดงว่าเน้นเรื่องได้เงิน ...

เราอ่านรวมกันว่า กฎุมภะ + ปุตตะ + ศุภะ  = มีความสำเร็จได้เงินจากการเสี่ยง

... เรื่องจริงคือเจ้าชาตาถูกหวยมาแล้วหลายงวดตั้งแต่ดาวพฤหัสบดีมาเป็นอุจจ์

ที่ราศีกรกฏ ...



... ทีนี้เขาได้เงินที่เกี่ยวกับขายบ้านได้  500000 บาทจากคู่ เราจะดูยังไงกันดี ! ...

... ก็ไม่ยากซ์ ... ดาว ๕ ในดวงชาตาเดิมอยู่ที่ภพพันธุ [ บ้าน ] มีดาว ๖ อุจจ์ ปัตนิ

เป็นศูนย์พาหะ - นำพาอยู่ ... ราหูเจ้าเรือนภพพันธุยังเข้ามากุมลัคน์อีกเราก็อ่าน

จากตรงพันธุ และปัตนิ ก็ได้โครงสร้างเพิ่มได้ขึ้นว่า ... ได้เงินจากคู่ในเรื่องบ้าน ... 

ดูไปที่ราหูจรก็อยู่ที่ราศีกันย์ภพลาภะอีกด้วย ... ดาว ๕ เงิน เดินจรเป็นอุจจ์ - มาก 

จรโยคหน้าให้คุณราหู ... มิหนำซ้ำ ๕  ยังตรีโกณกับ ดาว ๖ ปัตนิอีกด้วย ...

... ปีนี้ตอบว่าเฮงๆๆ  ... ชัวร์ ... 




... ส่วนดาวเสาร์ก็เช่นกัน ความหมายหลักๆหมายถึงโทษทุกข์ แต่อันที่จริง ต้องอยู่ที่ว่า

เสาร์ใครเสาร์มัน ถ้าเสาร์เป็นเจ้าเรือนภพที่ดี และอยู่ตำแหน่งดี เวลาจรมาก็ไม่ให้โทษ

อะไรมากมายนัก แต่ถ้าเสาร์เป็นเจ้าเรือนภพที่ไม่ดีและแถมอยู่ตำแหน่งเสียในดวงชาตา

อันนี้ ... น่าจะเดือดร้อนแน่ๆ ... เสาร์อยู่ราศีหนึ่ง ๒ ปีครึ่ง [ ถ้าไม่พักผ่อนซะก่อน ] ...










... ตัวอย่างดวงชาตาชาย ลัคนาราศีสิงห์ ...

... ดาวเสาร์เป็นเจ้าเรือนภพ อริ [ ปัญหา, ความเดือดร้อน ] ในดวงชาตาเดิมอยู่ที่

ราศีกรกฏภพวินาสน์ [ ล้มเหลว, ผิดหวัง ]  ... 

... ในปัจจุบันนี้ ดาว ๗ จรอยู่ที่ราศีพฤศจิกภพพันธุ [ ความมั่นคง ] ส่งกำลัง 3 จาก

ตัวเองไปที่ราศีมังกรภพอริ และส่งกำลัง 10 ไปที่ลัคนาราศีสิงห์ ตรีโกณกับดาว ๔

จรที่ราศีกรกฏ แถมยังเล็งไปที่ ดาว ๑ ตนุ - เจ้าชาตา ดาว ๔ กฎุมภะ - เงิน + ลาภะ 

- รายได้ และดาว ๕ มรณะ - เดือดร้อน ที่ราศีพฤษภภพกัมมะ - งาน อีก ทำให้สภาวะ

ในด้านการงาน การเงินของตนเองเดือดร้อนเข้าขั้นวิกฤตเลยทีเดียว และดาว ๕ ใน

ดวงเดิมอยู่ภาคกลางคืนเป็นภพมรณะโดยตรง ต้องรอ 11 ก.ค. 2558 ดาว ๕ ย้ายมา

ที่ราศีสิงห์ภาคกลางวันได้ตำแหน่งอุจจาภิมุข และมีความหมายเป็นปุตตะ - น่ายินดี 

ทุกอย่างถึงค่อยจะลงเอยมาในทางที่ดีขึ้นมาได้ ...








                                      ... จันทร์ในราศีต่างๆ ...


... ถ้าจะดู อารมณ์ ความคิด จิตใจ หรือสรุปเรื่องราวต่าง ๆ ก็ดูที่ดาวจันทร์ตามราศีต่างๆ 

ภายใน 2 วันหรือ 2 วันครึ่ง ... แล้วก็ดูว่าตก อริ มรณะ วินาสน์ ของลัคนาเราหรือเปล่า ถ้า

อยู่ภพที่ดีของเรา ก็ตอบว่า วันนั้นต้องดีแน่นอน ...






... วันนี้เท่านี้ก่อนนะครับ พบกันใหม่ในบทความต่อไป ...

... ขอให้ทุกท่านจงประสบกับความสำเร็จในวิชาโหราศาสตร์ ...

... สวัสดี ...

... อ.ธนเทพ ปฏิพิมพาคม ...








วันพุธที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

ยามนาฬิกาแบบสะดวกทันใจ







... พูดถึง " ยามนาฬิกา " นักศึกษาบางท่านอาจจะฟังดูแปลกๆ ไม่ชินนัก ...

... เอาละครับผมจะเริ่มอธิบายจากตัวอย่างจริงๆ ...

... ในขณะที่ผมเริ่มบรรเลงบทความนี้เป็นเวลา 12.45 น. 

ผมเป็นคนราศีพฤศจิก เวลาดังกล่าว อ่านจากนาฬิกามาเป็นภพเรือนของผมได้ว่า ...

ปุตตะ + ศุภะ ...  เข็มสั้นอยู่ที่เลข 1 เข็มยาวอยู่ที่เลข 9  ...

= ปุตตะ [ สิ่งที่เกิดขึ้น, เอาใจใส่,ใจรัก ] + ศุภะ [ มีความสุข, ผู้อุปถัมภ์, อนาคต ] 

 เริ่มแรกเราต้องตั้งราศีเมษที่เลข 12 ดังนั้นราศีพฤษภก็คือเลข 11 ไปตามลำดับจนถึง

เลข 1 ราศีมีน ... ผมเป็นคนราศีพฤศจิก จึงต้องตั้งภพตนุ อยู่ที่เลข 5 เวลา 12.45 น. เรา

ต้องดูจากเข้มสั้นว่าจะตกเลข 1 ราศีมีนเป็นภพปุตตะ เข็มยาวตกเลข 9 เป็นภพศุภะ ...

จึงอ่านได้ว่า ปุตตะ + ศุภะ =  การกระทำที่เกิดความสุขขึ้นมา ...

แปลได้ความว่า ... ผมกำลังมีความสุขในงานที่ตนเองกระทำอยู่ ...

... สุขใจ เพราะเลข 9 ก็คือราศีกรกฏเรือนของดาว ๒ จิตใจ ...



... ทำไมถึงว่าเป็นเรื่องงานละ ? ...

อ้าว! ก็เข็มสั้นตกเลข 1 = ก็เป้นเจ้าเรือนภพกัมมะ เข็มยาวตกเลข 9 [ กำลังยุ่ง ] ...

เข็มสั้นจะ บอกเหตุ ส่วนเข็มยาวนั้นจะ บอกผล ...

... แค่คำว่า ปุตตะ + ศุภะ เราก็จะแปลออกมาได้ว่า ...

... งานที่ทำนั้นเกิดจากการเอาใจใส่ ซึ่งมีใจรักที่จะเขียนบทความโหราศาสตร์ขึ้นมา

เพื่อประโยชน์ต่อผู้ที่กำลังศึกษาต่อไปในอนาคต ...


... ถ้าคุณราศีกรกฏก็ให้ตั้งลัคนาอยู่ที่เลข 9 ถ้าลัคนาราศีตุลย์ก็ตั้งภพตนุที่เลข 6

ถ้าเป็นคนราศีมังกร ก็ตั้งลัคนาที่เลข 3 เป็นต้น ...

... แต่มีเคล็ดพิเศษอยู่ว่า ถ้าเราฉุกคิดเรื่องอะไรขึ้นมาตอนนั้นค่อยดูไปที่นาฬิกาและ

แปลออกมาตามที่ได้กล่าวมาแล้วเบื้องต้น ไม่ใช่ดูนาฬิกาแล้วคิดเรื่องราวต่างๆ ...








... วิธีตอบเรื่องราวให้ผู้อื่น ... ให้ดูเข็มยาวเป็นหลัก ...


... สมมุติว่าคุณเป็นคนราศีสิงห์ ให้ตั้งลัคนาอยู่ที่เลข 8 เป็นภพตนุ ถ้าเกิดมีเพื่อนมา

หาคุณแล้วถามว่า " เราจะไปติดต่องานตอนนี้ไม่รู้ว่าจะได้หรือเปล่านี่ ? " เราก็ดูนาฬิกา

ในทันที สมมุติเป็นเวลา 8.05 น. = ตนุ เลข 8 - มรณะ เลข 1 ก็อ่านจากเข็มยาวได้ว่า ...

มรณะ [ เดือดร้อน,ผิดหวัง,เสียหาย ] ก็ให้ ตอบเพื่อนไปว่า "  สงสัยจะพลาดแน่ๆ " ...

ถ้าเป็นเวลา 10.45 น.คืออีก 15 นาทีจะ 11.00 น. อ่านว่า กัมมะ + วินาสน์  อ่านเข็มยาวที่

เลข 9 ตกวินาสน์ [ ล้มเหลว, เดือดร้อน, ยุ่งยาก ] คุณก็ตอบไปว่า ' น่าจะยุ่งยากนะ "

หรือเป็นเวลา 12.15 น. เที่ยงสิบห้านาที  อ่านว่า ศุภะ + อริ อ่านที่เข็มยาวเลข 3 ตก อริ

[ อุปสรรค, ขัดข้อง, มีปัญหา ] คุณก็ตอบไปได้ว่า " สงสัยจะขัดข้องละ " ...



... คือสรุปว่าถ้าเข็มยาวตกเลขร้าย อริ มรณะ วินาสน์ ก็ทายไปตามนั้น แต่ถ้าตกเลขดี

เช่น เลข 7 กฎุมภะ [ เงิน ]  เลข 10 ลาภะ [ ตามต้องการ ] เลข 4 ปุตตะ [ น่ายินดี ] เลข 12 

ศุภะ [ ความสำเร็จ ] ก็ให้ทายไปตามภพดีๆเหล่านั้น ...








... ว่ากันง่ายๆ เราสามารถใช้ยามนาฬิกาดูตัวเอง และยังสามารถช่วยดูให้ชาวบ้านได้ด้วย

หรือก่อนเราจะออกเดินทางไปไหน พอ Start รถให้ดูนาฬิกาทันที ถ้าเข็มยาวระบุในเลขดี

ก็ออกเดินทางได้เลย แต่ถ้าเจอเลขร้าย ให้รอสัก 3-4 นาทีก่อนแล้วค่อยออกเดินทางไป 

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ไม่ใช่เรารอเวลาดีๆก่อนแล้วจึงออกเดินทางแบบนี้ไม่ถูกต้องผิดกฏเกณฑ์



... ยามนาฬิกานี้สามารถดูได้ทุกๆ 5 นาทีก็จะเปลี่ยนภพ - เรือน ไปตามลัคนาใครลัคนา

มัน สังเกตุได้ว่าการเกิดอุบัติเหตุทุกชนิด ถ้า ไปก่อนเวลาเกิดเหตุก็จะไม่เป็นไร หรือไป

หลังเวลาเกิดเหตุก็ไม่เกิดเหตุใดๆ แต่ถ้าไปตามเวลาเกิดเหตุ แน่นอนผลออกมาก็คือความ

เสียหายที่จะเกิดขึ้น ... ถูกต้อง แล้วเราจะทำอย่างไร?ผมแน่ใจว่าถ้าจับเวลาตอนเกิดเหตุ

จากยามนาฬิกาเลขที่ออกมานั้น ต้องเป็นเลขร้ายของบุคคลนั้นอย่างแน่นอน ... 











... ผมคิดว่า ถ้าเป็นช่วงจังหวะที่เราเกิดความคิดที่จะอยากรู้คำตอบจากยามนาฬิกา ก็ดูไป

ที่นาฬิกาในทันทีทันใดที่นึกคิด เพราะยามนาฬิกาสามารถตอบคำถามของเราได้ทุกเรื่อง

ไม่แพ้ยามอัฐกาลอย่างแน่แท้  แต่ต้องมีเจตนาอยากจะรู้จริง ไม่ใช่ลองดู เพื่อพิสูจน์ หรือ

ที่เขาเรียกกันว่า " ลองของ " อย่างเด็ดขาด ...



... จุดประสงค์ที่แท้จริงของผมก็คือ ... อยากให้ผู้ที่ศึกษาโหราศาสตร์ทุกท่าน มีความสำเร็จ

ในศาสตร์พยากรณ์ต่างๆ ในทุกแขนงที่เป็นศาสตร์แห่งการพยากรณ์ ... และขอให้ผู้ที่ฝักใฝ่

ในศาสตร์นี้จงประสบกับความสำเร็จอย่างสูงล้ำทุกท่านถ้วนหน้ากันด้วยเทอญ ...



... สวัสดีครับ ...

... อ.ธนเทพ ปฏิพิมพาคม ...













วันอาทิตย์ที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

ดวงย้ายบ้านบ่อยๆ








... ดวงหญิง เกิดวันที่ ๑ มิถุนายน ๒๔๙๐ ...

... เวลา ๖.๓๕ น. วันอาทิตย์ ขึ้น ๑๓ ค่ำเดือน ๗ ปีกุน ... ชัยภูมิ ...


... ชีวประวัติ ...


... ดูดวงเธอไปแล้วก็น่าสงสาร เพราะ ชีวิตเธอหนักไปทางย้ายบ้านเป็นอาชีพอยู่ที่

หนึ่งเต็มที่ ๒ - ๓ ปีก็ย้ายแล้ว แต่หลักๆ ส่วนมากอยู่ได้ปีกว่าๆ ก็ต้องย้ายซะอีกแล้ว

เป็นเรื่องปกติ ... [ แต่ช่วงที่ดาว ๑ พันธุตกวินาสน์และดาว ๓ เป็นเกษตรอยู่เรือน

วินาสน์นี้ภายใน๒ -๓ วันเธอย้าย ๓ แห่งก็ยังมีไปแล้ว ] ...


หล่อนเป็นคนเจ้ายศเจ้าอย่าง วิตกจริต เป็นคนไม่ค่อย อดทนต่อสิ่งใดๆ ...

... เธอเป็นโสดไร้คู่ครองชิดใกล้ ไม่มีบุตรจากสายเลือด แต่ไปขอบุตรจากคนอื่น

เอามาเลี้ยงตั้งแต่เด็ก แต่พอโตเป็นหนุ่มก็จากเธอไปอีก ...

 เธอเคยเป็น พยาบาล ... เป็นครูสอนภาษาอังกฤษที่บ้านตัวเอง และที่โรงเรียน

ฝรั่งทั่วไป เพื่อนสนิทมีน้อย ...



... ที่ว่าย้ายบ้านบ่อย ...


... ดูไปที่ภพพันธุ [ บ้าน ] ดาว ๑ เจ้าเรือนไปกุมลัคน์ ร่วมกับ ราหูเจ้าเรือนภพกัมมะ

[ หน้าที่, ภาระ ] = พันธุ +กัมมะ + ตนุ + อริ ...

... แปลว่า ... บ้านเป็นภาระกิจที่ตนเองจะต้องลำบาก ลำบน ...

... ดาว ๖ เจ้าเรือนภพ ตนุ + อริ ไปอยู่ราศีเมษภพ วินาสน์  ...

= ตนุ + อริ [ หนักใจ ] + วืนาสน์ [ จากถิ่น ]  + ปัตนิ [ คนอื่น ] + วินาสน์ [ ย้าย ] ...

... แปลว่า ... ตนเองมักอึดอัดขัดใจต่อคนอื่น และย้ายบ้านอยู่เป็นประจำ เสมอมา ...


... จาก ๒ จุดที่แปลมานั้น นำมาเรียงความกันออกมาได้ว่า ...

... เจ้าชาตามักจะมีเรื่องหนักใจกับชาวบ้าน เลยต้องลำบากใจและเดือดร้อนในการ

ที่จะต้องย้ายบ้านอยู่บ่อยๆ เสมอมา ...



... จากลัตนาที่ ๒ ...


... ตอนนี้เราลองมาดูจากตนุลัคน์ตัวที่ ๑ คือดาว ๖ ไปอยู่ราศีเมษ ตั้งเป็นลัคนา

ที่ ๒ ที่นี่  จะเห็นได้ว่า ดาว ๓ เป็นเจ้าเรือนภพ มรณะ [ เดือดร้อน, ไม่สบายใจ ] ... 

มากุมอยู่ที่ภพตนุ ... อ่านว่า มรณะ + ตนุ = ความไม่สบายใจของเจ้าชาตา ...

มีดาว ๖ เจ้าเรือนภพ กฎุมภะ [ ได้มา ] + ปัตนิ [ คนอื่น , ปัญหา ] 

= คนอื่นสร้างปัญหาขึ้นมา ...

... ที่ภพปัตนิมีดาว ๒ เจ้าเรือนภพ พันธุ [ บ้าน ] กุมดาว ๕ ศุภะ [ ความสุข ] 

+วินาสน์ [ ไม่มี, ย้าย ] ...

= บ้านไม่มีความสุขเลยต้องย้ายบ้านไปเรื่อย ...


เราลองวกไปดูที่เรือนดาว ๒ ปัตนิ จะเห็นว่ามีดาว ๗ โทษทุกข์ กัมมะ [ กรรม ] 

สถิตย์อยู่เป็นตำแหน่งประ [ บ่อยๆ ] = เหนื่อยบ่อยๆ ...

รวมกันแปลว่า ... เมื่อไม่สบายใจจากปัญหาของชาวบ้านเกิดความทุกข์ใจ ... 

ตัวเองก็เลยต้องยอมเหนื่อยย้ายบ้านออกไปอยู่ที่ใหม่ไปเรื่อยๆ ...



... สรุปว่าดวงชาตานี้ การย้ายบ้านเกิดจากตนเองทั้งสิ้นที่ไม่อดทน อดกลั้น เพราะ

ดาว ๖ ตนุลัคน์ไปอยู่ราศีเมษ ธาตุไฟ โดนดาว ๕ มรณะ เล็งอยู่ที่ราศีตุลย์ภพอริ และ

ดาว ๓ ตนุลัคน์ตัวที่ ๒ ยังเป็นธาตุไฟอย่างแท้จริงอีกด้วย ...



... ข้อสังเกตุ ...


๑. ดาว ๑ กุมลัคน์มักหยิ่งในศักดิ์ศรี ไม่ยอมขายหน้ากับใคร ...

๒. ดาว ๒ ลูกสาวไปกุมดาว ๕ พ่อ อยู่ที่ภพอริ ...จิตใจมักขุ่นมัวไม่สดใส ...

ดาว ๒ เป็นเจ้าเรือนภพสหัชชะ เพื่อน อยู่ภพอริกุมดาว ๕ มรณะ

 = ไม่ค่อยมีเพื่อนดีๆซักเท่าไร ...

๓. ดาว ๓ ปัตนิไปอยู่ภพวินาสน์ ... จัดว่าเป็นดวงไร้คู่ ...

... สัเกตดูเห็น ดาว ๒ ทำมุมจตุโกณกับ ดาว ๗ ... ๒ + ๗ = สตรีหม้าย ...

๔.ดาว ๔ บุตรไปกุมดาว ๐ อาเพท ... จึงทำให้ไม่มีบุตร ...

... ที่ไปเอาบุตรคนอื่นมาเลี้ยงนั้นให้ดูที่ ...

ราศีพฤศจิกเป็นภพปัตนิ [ คนอื่น ] ตั้งภพปัตนิเป็นตนุ [ ดูเรื่องของคนอื่น ] 

ราศีมีนก็เป็นภพปุตตะ [ บุตรของคนอื่น ] ดาว๕ เป็นเจ้าเรือนไปเล็งดาว ๖ และ

ดาว ๓ ตนุลัคน์ตัวที่ ๑ และ ๒ ...และตรีโกณกับดาว ๔ บุตร ที่ราศีมิถุน ... ภพ

กฎุมภะ ได้มา ...

๕.ที่ว่าเป็นพยาบาลก็เพราะว่า ...  ๒ + ๕ = นางพยาบาล , ครู ...

ที่ว่าเป็นครูสอนภาษาอังกฤษที่บ้านเจ้าชาตาก็เพราะว่า ...

... ดาว ๑ หมายถึงภาษาอังกฤษ เป็นเจ้าเรือนพันธุ หมายถึงบ้าน ภาษา ...

ไปกุม ราหู กัมมะ งาน, ภาระหน้าที่ ก็เลยเปิดรับสอนภาษาอังกฤษที่บ้านตนเอง ...









... ดวงนี้เป็นดวงแถมให้ดูกันเพลินๆลองวิเคราะห์กันดู  แต่ขอบอกว่าดวงชาตานี้ย้าบแบบโหด

กว่าดวงชาตาแรกเยอะ ... มีเรื่องกันเสร็จเรียบร้อยแล้วก็ย้าย ไปอยู่ที่ใหม่มีปัญหาอีก ก็เกิด

วิวาทกัน แล้วก็ย้ายจากไปอีก เป็นเช่นนี้เรื่อยๆไม่จบสิ้นกันสักที ...มึน จริงๆ ...









... สำหรับวันนี้ขอสวัสดีก่อน ไว้พบกันในบทเรียนต่อไป

... กันนะครับ ...

... อ.ธนเทพ ปฏิพิมพาคม ...










วันอังคารที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

วิญญานมีอยู่จริงหรือไม่?








... ในวัยเด็กของผมได้รับการปลูกฝังความเชื่อในเรื่องของศาสนา มีศรัทธาอย่างแรงกล้า

ในเรื่องของ ชาติ  ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ... เริ่มการสวดมนต์ตั้งแต่วัย ๗ ขวบ ...

โดยเข้าไปสวดพร้อมกันกับพวกพี่ๆทั้งหมด โดยมีคุณพ่อเป็นหัวหน้าทีมนำเข้าห้องพระ ...

ตอนวัย ๗ - ๑๕ ขวบนั้น ไปไหนกับคุณพ่อทั่วแผ่นดินไทย เรื่อง " กลัว " ตอบว่าตัดไปได้เลย

เรื่องราวที่เกื่ยวข้องกับวิญญานก็มาปรากฏกับผมครั้งแรกเมื่อตอนอายุได้ ๑๔ ปี่ ...





... ตอนนั้นปิดเทอมใหญ่ ผมก็ไปอยู่กับคุณพ่อ + คุณแม่ ที่ขอนแก่น [ คุณพ่อเป็นผู้การเขตุอยู่ ]

วันนั้นเป็นวันอะไร ... ผมเริ่มลืมเลือนแล้ว ... ในตอนดึกสงัดและเงียบสงบ ผมนอนอยู่ข้างๆ เตียง

คุณพ่อ + คุณแม่ ...ในภวังค์จิตได้ยินเสียงคนเรียกชื่อผมดังก้องในหูว่า " เอ็กพี่มาหา " ซ้ำๆ กัน

หลายๆครั้ง และรู้สึกว่าตัวโดนเขย่าติดๆกันอยู่หลายหน ... ในอาการเคลิ้มรู้สึกได้ว่าเป็นเด็ก

ผู้ชาย แต่ยังไม่รู้ขัดว่าเป็นใคร  จนซักพักจึงตระหนักได้ว่าน่าจะเป็นคุณยศ พี่ชายลูกของอาทุม

น้องคุณพ่อ จึงตกใจลืมตาผลุดลุกขึ้นมา แต่ก็ไม่เห็นใคร... มีแต่ความว่างเปล่า ...





... ในตอนนั้นรู้สึกงงๆ และตกใจในเหตุการณ์นั้น ... ทันใดก็ได้ยินเสียงคุณพ่อถามมาว่า ...

" ละเมอ หรือ ฝันร้ายละลูก " 

ผมตอบไปว่า " ไม่รู้ครับ  เหมือนมีคนมาปลุกเอ็กให้ตื่น "

คุณพ่อถามมาอีกว่า " แล้วคิดว่าเป็นใครกันละ " 

ผมตอบไปว่า " เหมือนจะเป็นคุณยศนะ ครับ "

คุณพ่อพูดสรุปมาว่า " เอาไว้พรุ่งนี้ค่อยคุยกัน นอนต่อกันดีกว่า " 

ผมรับคำล้มตัวลงนอน แต่ก็ยังติดใจสงสัยอยู่ ... มองนาฬิกาเป็นเวลา 5.35 น.












ตอนเช้่าของวันรุ่งขึ้น มีโทรศัพท์ทางไกลมาจากกรุงเทพ ส่งข่าวมาว่า คุณยศเดินทางไปหัวหิน

รถยนต์ประสบอุบัติเหตุ เสียชีวิตเมื่อคืน ตอนเวลา ตี 5.30 น. [ ตรงกับเวลาที่ผมถูกปลุกตื่น ] ...

คุณพ่อพูดกับคุณแม่ว่า " สงสัยตายศ มาบอกลาน้องแน่ๆ " คุณแม่พยักหน้ารับคำ ... ส่วนผม

นั้นน้ำตาซึมออกมา รู้สึกตื้นตันใจยิ่งนัก เพราะคิดถึงอดีตว่า เมื่อยามพี่ยศยังมีชีวิตอยู่ก็จะมา

หาสู่ผมอยู่ ประจำไม่ผมไปหา แกก็จะมาหาเองอยู่สม่ำเสมอ ... แม้กระทั่งวาระสุดท้ายของชีวิต

ก็ยังมาบอกลาน้องด้วยตัวเองถึงที่ ... นับว่าเป็นพี่ชายที่รักน้องอย่างจริงใจที่สุด ...




... ขอโทษ ! ผมลืมบอกไปว่า คนอย่างผมจะพบปะวิญญาณ สัมภเวสี โอปปาติกะ ฯลฯ ได้นั้น

ค่อนข้างยาก เพราะก่อนนอนนั้นผมสวดมนต์เพียบ ... [ สวมพระตลอดไม่เคยถอด ]

 สารพัดคาถา ฯ ถ้าไม่ชิดเชื้อหรือมีสาระสำคัญที่จะมาหา เข้ามาหาผมไม่ได้แน่นอน ...แต่อย่าง

ว่าแหละครับ ...

... ๑๐  นิ้วยังรู้พลาด นักปราชญ์ยังรู้พลั้ง ... พอตอนโตๆขึ้นมา วันไหนเมาหนักก็มีสิทธิ์ได้เจอ

วิญญานได้ อาจจะลืมสวดมนต์หรือว่าถอดพระเครื่องออก ...

...และแล้ววันนั้นก็มาถึงคือ ...











... เมื่อประมาณปี พ.ศ.๒๕๓๕ ผมไปเล่นดนตรีอยู่ที่ โรงแรมหาดใหญ่ ในคืนนั้นครบสูตรก็คือ


เมาเหล้า  ไม่ได้สวดมนต์ก่อนนอน  ถอดพระเครื่องออก ... ในขณะที่ผมกำลังหลับอย่างแสนสุข

ด้วยฤทธิ์สุรามาเป็นระยะ ... พลันเหมือนมีคนมาเรียก สะดุ้งตื่นขึ้นมา ในวินาทีนั้นปรากฎเหมือน

ควันลอยมาเป็นหน้าคนที่ใหญ่มาก แล้วหน้านีั้นก็หัวร่อใส่ผม ... ในตอนนั้นผมยังดูไม่ออกว่าเป็น

หน้าใครกันแน่ แต่สัญชาตญาณทำให้ ได้ใช้เท้าทั้งสองถีบไปที่หน้าใหญ่ๆนั้นหลายครั้ง พร้อม

กับลุกไปหยิบพระเครื่องที่แขวนไว้มาสวมใส่อย่างฉับพลัน ... 

เป็นอาการที่รวดเร็วดุจจอมยุทธที่เชี่ยวชาญในการรบพุ่งอย่างไม่ผิดเพี๊ยน ...



... ได้ผลเกินคาดภาพหน้าเหมือนยักษ์นั้นก็พลันหายไป อาการมึนเมาของผมจากพิษสุราก็หาย

ตามไปด้วย มาครุ่นคิดดู ก็แน่ใจว่าหน้าใหญ่ๆที่มาหัวร่อให้เห็นนี่ต้องเป็นเพื่อนนักดนตรีคนใด

คนหนึ่งแน่ๆ คิดไปคิดมาก็ใจหายว่า " ชรอยจะเป็นวิญญานเพื่อนมาหาเราละมั๊ง "...

ว่าแล้วก็ต้องหยุดคิดไม่กล้าคิดต่อ ล้มตัวลงนอนในทันที ... 



... รุ่งเช้าวันต่อมา มีเพื่อนส่งข่าวมาว่า ตุ๊ มือBass วง Swan เก่า ถูกคนฆ่าตายที่พัทยา ผมใจหาย

วูบ ย้อนนึกถึงภาพหน้าคนเมื่อคืน ก็สรุปได้ว่าคือตุ๊ Bass จริงๆ เพราะเพื่อนคนนี้สมัยก่อนเล่น

ด้วยกัน เคยอาศัยอยู่ที่บ้านผมเป็นเวลานานพอสมควรทีเดียว... ไม่รอช้าผมลงมือสวดมนต์แผ่

เมตตา สรรพสัตว์ทั้งหลายฯ ให้เพื่อนตุ๊ อย่างไม่ต้องลังเลสงสัย ...












... เรื่องราวเกี่ยวกับการพิสูจน์ว่าวิญญานมีอยู่จริงนั้น ผมและภรรยามีประสบการณ์อยู่มากมาย

เกินกว่าที่จะมาบอกเล่าในที่นี้ได้หมดสิ้นกระบวนความ ...

ในบทความหน้าต่อๆไป จะมีเรื่องราวน่าระทึกใจ มาสู่ทุกคนให้ได้รับความฉงนใจ ประหลาดใจ

ในสิ่งต่างๆ ที่ผมจะเสนอให้ทุกคนได้รับรู้เรื่องราวนั้นๆ ...


... สวัสดีครับ ...


วันพุธที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2557

สภาวะธรรม + พระคาถา + โคลงกลอน + คำคม




... โคลงกลอนของบิดาข้าพเจ้า ...



... ความเจริญในยุคปัจจุบัน ...


... ในยุคปัจจุบันเรานี้ เทคโนโลยี่่ได้พัฒนาก้าวล้ำนำหน้าไปอย่างรวดเร็ว และกว้างไกล

จนเกินที่จะไขว่คว้าไ ล่ล่า ติดตาม ไปได้ทันสมัยทันยุคจรวดนี้ได้  แต่ในเรื่องของ ...

ความเจริญในทาง  ศีล  สมาธิ ปัญญา  วิปัสสนาเหล่านี้นั้น ... มนุษย์เราไม่ได้พัฒนากัน

ขึ้นมากันเท่าไรนักจะสังเกตุได้จากข่าวในทีวี หนังสือพิมพ์ ฯ โจร ผู้ร้ายจิตใจเหี้ย ม ...

 เกรียมมากไม่ได้คำนึงถึงบาป บุญ คุณโทษ กันบ้างเลย ...


... ถ้าทุกคนปฏิบัติตนตามคำกลอนด้านบนนี้แล้วไซร้ เหตุการณ์ร้ายๆ ดังกล่าวก็คงจะไม่

อุบัติขึ้นในโลกใบนี้อย่างแน่นอน ...









... ผมมีพระคาถาเพิ่มพูนปัญญา ได้มาจาก ล.ป.เงิน วัดดอนยายหอมตอนผมยังเด็กๆอยู่ 

สวดแล้วความจำดี ไม่เป็น โรคอัลไซเมอร์ [ Alzheimer ] แน่นอน ...









... สภาวะธรรม ...







... ทางสายตรงสู่การหลุดพ้นจากวัฎฎะสงสาร ...


... วัฏฏะ แปลว่า cycle  คือ ... วงกลม, วงจร , วงล้อ ...
สงสาร แปลว่า pity คือ น่าสงสาร, น่าสังเวช, น่าสมเพช ...

รวมความว่า วงกลมที่เบื่อหน่าย คือ การเกิด แก่ เจ็บ ตาย วนเวียนอย่างไม่จบสิ้นเป็นวงกลม 
หาต้นหาปลายไม่เจอ มีแต่ความลำบาก เร่าร้อน เพราะคนที่อยู่ในวัฏฏสงสารต้องแปรเปลี่ยน
ไปเรื่อย ๆ ไม่มีอะไรเที่ยงแท้ แน่นอน ...









... ทุกคนต้องทำให้ ... จิตเป็นนาย กายเป็นบ่าว ... ก็จะสามารถบรรลุธรรมได้ ...

... สวัสดีครับ ...

วันพฤหัสบดีที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2557

เซียนพระมีจริงเหรอ?












...ในชีวิตของผมเท่าที่จำความได้ เมื่อเกิดมาก็เจอแต่ พระพุทธ พระสงฆ์มาตลอด เดือนแรกที่เกิด
ออกมาดูโลกใบนี้ ตอนนั้นคุณพ่อรับราชการเป็นรองผู้การอยู่ที่อยุธยา จึงได้นิมนต์ หลวงพ่อนอ 
วัดกลางท่าเรือ มาทำขวัญให้ผมที่บ้าน ...[ เดื๋ยวมีภาพให้ชมครับ ] อายุ ๕-๖ ขวบ ก่อนเข้านอน
คุณพ่อท่านก็พาให้ลูกๆทุกคนเข้าไปสวดมนต์ ทำสมาธิ กันในห้องพระ โดยที่ลูกๆทุกคน ต้องสวด
มนต์ อย่างพร้อมเพรียงกัน หลังจากสวดมนต์ก็ให้นั่งสมาธิกันอีก ซึ่งในตอนนั้นผมยังเป็นเด็กเล็กมาก...
[ ไร้เดียงสา ] ในห้องพระมีหนังสือสวดมนต์ซึ่งพี่สาวคนที่ ๒ [ พี่แอ๊ด ] เป็นผู้จดบันทึกไว้ ...
ส่วนในห้องพระไม่ต้องพูดถึงพระคุณพ่อผมมีเพียบ ... สมบัติจากคุณปู่ และของท่านที่มีอยู่ ตอบว่า
แทบล้นห้องพระเลยทีเดียว ...[ คุยไปเรื่อย ] ....


...พอวัยหนุ่มขึ้นมาตอนผมไปเล่นดนตรีตาม จังหวัดต่างๆ ได้มีรายการใจอ่อนแจกพระอยู่หลายครั้ง
[ ที่จริงน่าจะเป็นบุญกุศลมากกว่า ]เช่นให้กริ่งปวเรศ พรรคพวกไปตอนที่เพื่อนจะไปเล่นดนตรีที่เมืองนอก [ ทนรบเร้าไม่ได้ต่างหาก ] เพื่อนคนนั้นมีชื่อว่า "อ๋อง" ไปเล่นดนตรีที่ประเทศเยอรมัน ปัจจุบัน
นี้สบายมากๆ เพราะได้เมียเป็นลูกเศรษฐีอันดับ ๓ ของเยอรมัน ตั้งแต่สมัยแรกที่ไปเยอรมัน อย่างนี้
เขาเรียกว่า... ได้พระพาบุญมา นำให้วาสนาสูงส่ง แท้ๆ ...ยังมีอีกองค์หนึ่งให้เขาไป เหรียญหลวงพ่อ 
กลั่น วัดพระญาติ รุ่นแรก คุณพ่อผมไปเรียนโหราศาสตร์กับ ล.พ.อั้น วัดพระญาติ ท่านให้
เหรียญล.พ.กลั่นมา ๑ เหรียญ เรียบร้อยผมแจกเขาไปซะแล้วสิ ...[ จำไม่ได้ด้วยว่าให้ใครไป ] ...



 ...หลวงพ่อ นอ วัดกลางท่าเรือ ...


...เหรียญเจ้าคุณ นรรัตน์ รุ่นจเร ชนะสร้าง ตอนนั้นท่านจเรชนะฝากคุณพ่อไปให้บูชาองค์ละแค่ ...
๑๐ บาท คุณพ่อเลยเหมาไว้ ๑๐๐ องค์ ผมแจกเรียบไม่เหลือสักองค์ให้ตัวเอง ...ยังมีเหรียญ อ.ฝั้น
รุ่นที่  49 คุณพ่อผมเป็นผู้สร้างมีอยู่ ๕๐๐ องค์ ผมเอาไปแจกเรียบอีก ...อ.ฝั้นรุ่นน้าผม นามสกุล ...
ศรีดามา สร้างอยู่ ๒ รุ่น ผมก็เอาไปแจกร่วม ๑๐๐ องค์อีก ...เหรียญ ล.ป.แหวนรุ่น " เราสู้ " มีอยู่ร่วม
๑๐๐ องค์ แจกจนหมดอีก ...ที่หนักเข้าไปอีก เหรียญเสมาหลัง ป.ร.ล.ป.เงิน วัดดอนยายหอม
คุณพ่อผมท่านจัดสร้าง...มีเหลืออยู่ ๑๕๐๐ องค์ ผมก็แจกจนเรียบอีก ต้องไปขอคืนที่ให้เพื่อนๆไป
ได้กลับมา ๒- ๓ องค์เท่านั้น ...


...แล้วก็ยังมีพระต่างๆมากมายที่แจกพรรคพวกไปอาทิเช่น ...พระชุดกิมตึ๊ง ...มอญแปลง นาคปรก  ขุนแผนบ้านกร่าง  ล.พ.นาค วัดหัวหินรุ่นแรก ฯลฯ อีกเยอะจำไม่ได้แล้วเยอะจัด ...มึนไปหมด...
แต่ทุกวันนี้ผมก็รู้สึกเฉยๆนะครับ ไม่รู้สึกเสียดายอะไรเลย ...เข้าทำนอง สมบัติผลัดกันชม ...กระมัง?
นอกจากแจกเขาไปแล้ว บางทีก็มีพรรคพวกเพื่อนของรุ่นน้องโจรกรรมไปก็มีครับ ... หรือเพื่อนกัน
แท้ๆยังจิ๊กไปก็ยังมีเลย ...ดูซิ ! พระเดชพระคุณทำเพื่อนลงนะนี่ ...


...ผมมีเพื่อนอยุ่คนหนึ่งชื่อ "เปี๊ยก"เป็นนักร้อง + นักดนตรีเคยเล่นมาด้วยกัน ชอบสะสมพระมาตั้งแต่
ยังวัยรุ่น เก็บสะสมพระเล็กพระน้อย มาจนกระทั่งเต็มอัตราศึก [ เพียบ ] พอเลิกกับเมียคนหนึ่งก็ทิ้ง
พระไว้กับเมียจนหมด แล้วมาเก็บสะสมใหม่อีก พอเลิกอีกกัน ก็ทิ้งพระไว้เช่นเคย เป็นเยี่ยงนี้อยู่เสมอ
มาจนเป็นนิจศีล [ แต่เท่าที่สืบถาม เปี๊ยกตอบว่า ส่วนมากลืมเอาพระไปต่างหาก พอกลับไปถามหาปรากฏว่าเมียขายพระเรียบ ] ...เวรกรรม ...เมื่อ ๑๐ กว่าปีที่แล้วเปี๊ยกพาเซียนพระ มาให้รู้จักคนหนึ่งชื่อว่า "ประเสริฐ" [ เดี๋ยวนี้เป็นเซียนใหญ่อยู่ที่ท่าพระจันทร์ ] มาเช็คพระที่บ้า่นผม ลักษณะหน่วยก้านของเสริฐในตอนนั้นทะมัดทะแมงดีมาก ดูพระ สัมผัสพระ [ ส่องพระ ]ได้รวดเร็ว ทันใจดีมาก ... [ น่ารัก ] ...


...ผมยังมีเพื่อนเซียนพระอีกคนชื่อว่าหน่อย [ แทน ท่าพระจันทร์ ] เป็นนักเรียน ร.ร.เซ็นต์คาเบรียล
มาด้วยกัน ตอนนี้ก็เห็นเดินอยู่กับ ต้อย เมืองนนท์ เป็นอันว่าผมก็พอมีพรรคพวกเป็นเซียนพระอยู่บ้าง
ตอนนี้ผมจะเล่านิทานเรื่องจริงเกี่ยวกับวงการพระเครื่องให้ฟังสักเรื่องเป็นอุทาหรณ์กันนะครับ ...


...เรื่องเป็นอย่างนี้กล่าวคือ มีคนๆหนึ่งมีพระสมเด็จรุ่น ปู่ ย่า ตา ยาย อยู่หลายองค์ ได้เพียรพยายาม
นำพระไปประกวดที่ วัดราชนัดดา อยู่หลายปี ปรากฏว่าไม่ติดอันดับใดๆ ผิดพิมพ์ ผิดสีสรร ผิดเนื้อหาฯลฯ โอ๊ย...จิปาถะที่กรรมการจะพูด เป็นอันสรุปว่ามาประกวดอยู่หลายปีดีดักไม่เคยได้สักครั้ง ...อยู่มาปีหนึ่ง คนเดิมนี่แหละนำพระเข้ามาประกวดอีกเช่นเคย เที่ยวนี้ปรากฏว่าเฮงครับ ...ได้ที่ ๑ ...พอชนะเรียบร้อยรับพระกลับคืนมาจากกรรมการ พี่แกก็ทำในสิ่งที่คนไม่คาดคิดว่าจะเป็นไปได้มาก่อน ...
คือแกจับพระที่ประกวดได้ที่ ๑ หักออกเป็น ๒ ท่อน แล้วชูพระที่หักในมือทั้ง ๒ ท่อนแล้วกล่าวว่า ...

" ผมเอาพระสมเด็จจากมรดกตกทอดมาประกวดอยู่หลายปีไม่เคยติดอันดับ แต่ปีนี้ผมนำเอาพระที่ผมทำมากับมือ...คือการขุูดเอาเนื้อผงของสมเด็จต่างๆมาเคลือบใส่ในพระเก๊ที่ซื้อมา ...แต่กลับได้
ที่ ๑ ...แบบนี้จะให้อธิบายว่าอย่างไรดี ...แสดงว่ากรรมการทั้งหลายแหล่ ล้วนไม่มีคุณวุฒิให้เชื่อถือ
ได้เลยสินะ " ท่ามกลางความตะลึงงงงันของปวงชน เขาก็เดินลงจากเวทีและลับตาจากผู้คนไปอย่าง
เงียบงันไร้ร่องรอย ...


...มีเซียนพระอยู่รายหนึ่ง จับพระสมเด็จมาได้ในราคาไม่กี่แสนบาท นั่งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ชื่นชมกับผลงานที่ทำมา หน้าบาน กะไปปล่อยต่อรับรององค์นี้ไปหนี ๑๐ ล้านเหนาะๆ นั่งส่องพระเพ่งพินิจไปทุกมุมมองขององค์พระ พลิกซ้าย พลิกขวา พลิก หน้า - หลัง...ทันใดนั้นเหมือนต้องมนต์สะกด ...เหงื่อที่หน้าพาลไหลพรากลงมาอย่างไม่รู้ตัว อุทานเสียงแหบแห้งเบาๆออกมาว่า " ทำกับคนอื่นไว้เยอะ นี่ย้อนกลับมาหาตัวเราเองจนได้ นะนี่ ไม่น่าเลยเรา " กล่าวเสร็จก็บดขยี้พระสมเด็จในมือจนป่นโรยลงแม่น้ำเจ้าพระยาอย่างไม่เหลือทราก ...


...เรื่องที่ ๑ แสดงว่ากรรมการทั้งหลายไม่มีคุณสมบัติที่คู่ควรจะมาเป็นกรรมการได้ ...
...เรื่องที่ ๒ ไปเจอตำหนิที่ตนเองทำเอาไว้ เข้าทำนอง " ดาบนั้นคืนสนอง " จริงๆนะครับ ...


...เซียนหมายถึงผู้ที่สำเร็จในทางธรรม เซียนพระในปัจจุบัน มีเยอะมีทั้งเซียนใหญ่ เซียนเล็ก เซียนจิ๋ว เซียนร่อนเร่ ฯลฯ ทุกคนล้วนอ้างอิงว่า ตนเองสำเร็จเป็นเซียนได้อภิญญา [ การดูพระ ] กันมาแล้วทำฤทธิ์ได้ตามปรารถนา [ ไม่มีผิดพลาด ] ซึ่งผมคิดว่าเป็นเรื่องเลอะเลือนมาก พระสมเด็จอายุต้องมีหลายร้อยปี เซียนในปัจจุบันอายุไม่ถึง ๑๐๐ ปีสักคน ที่ดูพระต่างๆได้ก็อาศัยจากตำราหรือคนรุ่นเก่าๆบอกต่อกันมา ยังมีพระที่นอกตำรา นอกพิมพ์มีอยู่อีกมาก ที่พวกเขายังไม่รู้จักหรือสัมผัสมา...พอเห็นพระไม่คุ้นตาก็ว่า ผิดพิมพ์ ผิดเนื้อหา เก๊เก่าอะไรประมาณนี้ พระที่หายากและไม่คุ้นตามักจะถูกอัปเปหิออกไปนอกเส้นทาง ...


...ที่จริงการเป็นเซียนพระก็ไม่ได้ผิดกฏเกณฑ์อะไรนัก แต่ควรต้องมีคุณธรรมประจำใจกันบ้าง พระของเขาแท้ ก็ว่ากันไปตามเนื้อผ้า อย่าไปกดราคาเขาอีก คนเอาพระมาขายก็เจ็บใจอยู่แล้ว แต่เพราะความจำเป็นบังคับ...อย่าให้พวกเขาผูกใจเจ็บบรรดาเซียนทั้งหลายอีกละ ...บางรายหนักเข้าไปอีกพอ
คนเอาพระมาให้เช่า รับพระได้ก็เข้าหลังร้าน สับเปลี่ยนพระเขาไปเสียอีก นั่น เป็นไร ...


... ทำไมถึงทำกับพวกเขาได้ ...






...เรื่องราวของเซียนยังมีมากมายหลายเรื่อง เอาไว้ผมค่อยๆเล่าให้ฟังทีละเรื่องๆก็แล้วกันนะครับ ...

...สวัสดี ...

วันอังคารที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

เรื่องของจิตเรื่องของใจ







... พระพุทธองค์ทรงตรัสไว้ว่า ...

" เราไม่เล็งเห็นสิ่งอื่นแม้สักอย่างหนึ่ง ที่จะเปลี่ยนแปลงได้รวดเร็วได้เหมือนจิตเลย "

" จิตมีธรรมชาติดิ้นรน กวัดแกว่ง รักษายาก ห้ามยาก "

... จิตหนึ่งนี้ ตลอดจนสังขารทั้งปวง จึงมีการแปรปรวนหรือเปลี่ยนแปลง เกิดดับ ...
เกิดดับๆๆ อยู่ตลอดเวลา ตามเหตุอันมาเป็นปัจจัยกันนั่นเอง เฉกเช่นดังเงา ...



... จิต เป็นตัวรู้และคิด นึก ปรุงแต่ง และเสวยอารมณ์ได้ ...
... มโน เป็นเครื่องมือรู้ความคิดนึกปรุงแต่ง เช่นเดียวกับตาเป็นเครื่องมือรู้รูป ...
... วิญญาณ เป็นสื่อที่จะให้จิตรู้อารมณ์ทางตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ ...

... สิ่งที่เรียกว่า จิต มโนหรือวิญญาณนี้ ดวงหนึ่งเกิดขึ้น ดวงหนึ่งดับไป เกิดดับอยู่เรื่อย
... ทั้งกลางวัน ทั้งกลางคืน ขยายความว่า ...
... เกิดแล้วดับ เกิดแล้วดับๆ อยู่ทั้งในขณะตื่น และแม้ขณะหลับไป เช่นการฝัน ...
... อันที่จริงการเกิดขึ้นมาและดับไป เราก็ได้เผชิญกับมันอยู่ทุกวันอยู่แล้ว ...
... นั่นก็คือการนอนและตื่นขึ้นมาก็เป็นอาการ เกิดดับๆ อยู่แล้วเช่นกัน ...
... การกำเนิดขึ้นมา กับการตายลงไป ก็เหมือนกับการนอนและตื่นขึ้นมาในประจำวัน
นั่นเอง ... มนุษย์เราได้ประสบพบเห็นอยู่ในทุกเมื่อเชื่อวัน ไม่สังเกตุกันเองต่างหาก ...



... ทุกวันนี้มนุษย์โลกเรานี้เริ่มสะสม ความโลภ โกรธ หลง ไว้จนเต็มเปี่ยม และเริ่มล้นทะลัก
ออกมา เผืิ่อแผ่มวลหมู่มนุษย์โลกด้วยกัน ด้วยการปลุกระดม เชิญชวน ให้มาร่วมด้วยช่วย
กัน ... ในรูปแบบต่างๆ ซึ่งก็ได้ผลอย่างเฉียบขาดกับมนุษย์โลกที่กำลังหิวโหย และช่วยตัว
เองไม่ได้ ซึ่งต้องพลอยเห็นดีเห็นงามไปด้วยซึ่งเป็นเรื่องธรรมดา ที่จะต้องเกิดขึ้น ... จึงทำ
ให้เกิดทรราช ... นักบุญ นักปฏิวัติ ... กลุ่มผู้กู้ชาติ ... กลุ่มผู้ทำลายประเทศชาติ ฯ ขึ้นมา ...






... คนบางคนแต่ก่อนแต่ไร ใบหน้าดำเกรียม อิดโรย สง่าราศีไม่ปรากฏ หากินเลี้ยงท้องด้วย
ความยากลำบาก ... แต่ในเวลาต่อมาได้มีผู้อุปถัมภ์ค้ำจุนได้กินอิ่มหมีพลีมัน ...อ้วนท้วนจน
หนอกขึ้นหนา ...ใบหน้ามีราศีอิ่มเอิบ เงินทองตุงเต็มกระเป๋า ...แต่นั่นย่อมหมายถึงตนจะต้อง
เป็นข้าทาส รับใช้เจ้านายผู้เปี่ยมล้นไปด้วย บารมี โลภ โกรธและหลง....กันอย่างเต็มที่ ... 


... ที่กล่าวเกริ่นเรื่องราวมาเช่นนี้นั้น ลองสังเกตุดูว่าล้วนเกิดมาจาก จิต + ใจทั้งสิ้น ... มีเงินเต็มกระเป๋า ... มีบ้านมีช่อง  มีรถมีลา ...สบายอยู่แล้ว แต่เราต้องมาแยกเรื่องออกมาว่า ... ที่มีเงินมีทองขึ้นมานี้นะ... เกิดจากการทำชั่วหรือทำดีกันละ ...ถ้าเกิดจากทำสิ่งที่ดีงามไม่เบียดเบียนใคร ... โอเค ... ทั้งชาตินี้และชาติหน้า เห็นสวรรค์แน่นอน ... [ ได้บัตรขึ้นสวรรค์ ] ...
แต่หากเกิดจากการทำชั่ว ก็ยืนยันได้ว่า ...จะได้พบเห็นนรกแน่นอน ในชาตินี้และชาติหน้า ... 
[ ได้บัตรลงนรก ] ... ชัวร์ ...





... คำที่ว่า ...สวรรค์อยู่ในอก ...นรกอยู่ที่ใจ ...เป็นสัจจสูตรอย่างแน่แท้ ...

... คนเราจะมีใบหน้าที่อิ่มเอิบ เปล่งปลั่ง มีน้ำมีนวลนั้น ทำไม่ยากหรอกครับ ...แต่ลำดับแรก
ที่ต้องทำให้ได้ก่อนก็คือต้องปลอดหนี้ หมายถึงเราต้องไม่มีหนี้สิน พันธะใดๆทั้งสิ้น ... 
[ ดูภาพของผมเป็นต้น หน้าอิ่มเอิบโดยที่ยังไม่ได้ร่ำรวย อะไรนัก ] 
ต่อจากนั้นก็ต้องเริ่มทำตัวตามนี้ก็คือ ... โลภให้น้อยๆ ... โกรธให้น้อยๆ ... หลงให้น้อยๆ ลง
ห้ามคิดเล็กคิดน้อย ใจน้อย ให้ทำใจใหญ่เข้าไว้ แต่ไม่ใช่ใจโต เลิกเห็นว่าตัวเองเป็นคนพิเศษ
ดีกว่าชาวบ้าน ท่อง สุ จิ ปุ ลิ ...คือ ทักษะของนักปราชญ์หรือบัณฑิตพึงมี ...
[ ตามหลักธรรมคำสอนของพระพุทธศาสนา ] 
...ซึ่งมีความหมายย่อๆดังนี้คือ ...

๑. สุ  ย่อมาจากคำว่า  สุตตะ แปลว่า การฟัง
๒. จิ  ย่อมาจากคำว่า จิตตะ  แปลว่าการคิด
๓. ปุ  ย่อมาจากคำว่า  ปุจฉา แปลว่า การถาม
๔. ลิ  ย่อมาจากคำว่า  ลิขิต   แปลว่า การเขียน 


... ในปัจจุบันนี้ การอ่านสำคัญมาก ดังนั้นความสำคัญของการอ่านและการฟังเป็นสิ่งสำคัญ
ในระดับเดียวกันได้เลย จนามารถกล่าวได้ว่า ... ฟังหรือ อ่าน คิด ถาม เขียน ก็คือ ...
... ทักษะของคนเก่งนั้นเอง ...


" ฟังอะไร ฟังให้หมด  จดให้มาก  ปากต้องใช้  ใจต้องคิด "
...จึงจะเป็นปราชญ์ [ บัณฑิต ] ที่แท้จริง ...


      
หลังจากนั้นให้ท่องคาถาว่า ... รู้จักพอ ก่อสุข ทุกสถาน ... เอาไว้ในใจเสมอ ... ใครเขามีรถ
เก๋งราคาหลายสิบล้าน ก็อย่าไปอิจฉาเขา ...หรือใครเขาจะรวยล้นฟ้า [ เหมือนทักษิณ ] ก็ไม่
ต้องสนใจ ดีใจไปกับเขาซะด้วยยิ่งดีเข้าไปใหญ่ ... เลิกประจบสอพลอเจ้านาย ทำงานอย่าง
เต็มความสามารถของเรา ...สวดมนต์ ทำสมาธิ ดูแลครอบครัว เป็นอย่างดี ...
... เท่านี้จิต + ใจ เราก็สงบ ... พระนิพพานก็อยู่แค่เอื้อมเราเท่านั้น ...





... สวัสดีครับ ไว้พบกันใหม่ ...

... บทความ อ.ธนเทพ ปฏิพิมพาคม ...
ลิงค์ไปที่ ...

ศาสตร์แห่งการพยากรณ์