วันพุธที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

สัญญลักษณ์ของรูปประจำราศี








... จากหนังสือ... โหราศาสตร์แผนใหม่ ...ของ อ.พลูหลวง ...

... สัญญลักษณ์ของรูปประจำราศีและดาวพระเคราะห์นี้ ข้าพเจ้าทำการค้นคว้ามาเป็น

เวลานาน เพื่อหาค่าแน่นอนของราศีกับดาวพระเคราะห์ ว่า ...

ดาวพระเคราะห์หรือราศีนั้นๆมีส่วนโน้มเอียงไปทางรูปร่างอะไร ได้พิสูจน์ทดสอบอยู่นาน

ได้ผลลงตัวตามสูตรดังนี้ ...


๑. ราศีตรงข้าม เมื่อนับจำนวน คือจำนวนของรูปหรือเหลี่ยม จะมีส่วนมากหรือน้อยกว่าคือ ...

... ราศีเมษ รูปสามเหลี่ยมด้านเท่ามี ๓ มุม ตรงกันข้ามกับราศีตุลย์รูป ๖ เหลี่ยม ...

... ราศีพฤษภ รูปสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูน ตรงข้ามกับราศีพิจิกรูปกลม ๘ เหลี่ยมคือ ๘ มุม ...

... ราศีเมถุน รูปวงรีมุมแหลม ๒ คม ตรงข้ามกับราศีธนูรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้ายาวเป็นรูปเส้น

ตรงหรือเสา ๑ รูป ...

... ราศีกรกฏ รูปวงกลม คือเส้นโค้งสองเส้นมาประกอบกัน รวมเป็นสองมุม ตรงข้ามกับราศี

มังกร รูปสี่เหลี่ยมจตุรัส ๔ มุม ...

... ราศีสิงห์ รูปดาว ๘ แฉก เป็นรัศมีพระอาทิตย์ ตรงข้ามกับราศีกุมภ์ รูปดอกไม้ ๔ กลีบ ...

... ราศีกันย์ รูปกากะบาด ๔ ทิศ ตรงข้ามกับราศีมีน รูปวงกลมซ้อนกันคือ วงล้อ ๒ รูป ...


... จะเห็นว่าราศีตรงกันข้ามมีจำนวนรูปหรือมุม หรือทิศมากและน้อยกว่ากันเท่าตัวเสมอ ...









๒.ราศีที่เป็นธาตุเดียวกัน ถ้านับจำนวนมุม, ทิศ หรือรูปรวมกัน จะได้จำนวน ๑๒ เท่า

จำนวนราศีพอดี ...


... ราศีธาตุไฟ ...


... เมษ  ๓, สิงห์, ๘  ธนู ๑  รวมเป็น ๑๒ ...

... ราศีธาตุน้ำ ...

... กรกฏ ๒, พิจิก ๘, มีน ๒  รวมเป็น ๑๒ ...

... ราศีธาตุลม ...

... ตุลย์ ๖, กุมภ์ ๔, เมถุน ๒  รวมเป็น ๑๒ ...

... ราศีธาตุดิน ...

... มังกร ๔, พฤษภ ๔, กันย์ ๔  รวมเป็น ๑๒ ...


๓.ราศีธาตุเดียวกันรูปทรงเดียวกัน  สัญญลักษณ์ประจำราศีนี้เป็นหลักการณ์
สำคัญ  เพราะราศีที่เป็นธาตุเดียวกันเสมือนเป็นการร่วมสังฆญาติ ...
 เป็นพืชพันธุ์อันเดียวกัน จึงจำเป็นต้องมีรูปทรงอันเดียวกันคือ ...


... ราศีธาตุน้ำ รูปทรงส่วนใหญ่กลม แสดงการเคลื่อนไหวรอบตัว คือราศีกรกฏ 
รูปลูกกลมสนิท เป็นสัญญลักษณ์ของดาวจันทร์อันกลมเด่นกลางฟ้า ...
และครอบงำวัตถุทุกชนิด ราศีพิจิกรูปกลมอันประกอบขึ้นด้วยทรง ๘ เหลี่ยม 
ตามลักษณะของดาวอังคาร ซึ่งแม้จะเป็นราศีธาตุน้ำที่ต้องการความกลม
กลิ้งได้รอบตัว แต่ก็มีเหลี่ยมสันมีคมแบบอังคาร ราศีมีนรูปแผ่นกลมแบนเป็นรูปกงล้อ 
หมุนได้รอบตัวเช่นกัน ...


... ราศีธาตุไฟ สัญญลักษณ์เป็นเปลวไฟยอดแหลมหรือพวยพุ่งขึ้นเป็นลำสูงคือ ...
ราศีเมษรูปสามเหลี่ยมด้านเท่า ราศีสิงห์รูปดาว สัญญลักษณ์ของพระ ...
อาทิตย์ที่มีรัศมีเป็นแฉกรอบตัว รัศมีนี้เป็นแฉกแหลมพุ่งออก ๘ ทิศ ราศีธนูรูปเสาหรือ
ลำต้นไม้สูง หรือส่วนของลำแสงอาทิตย์พุ่งเป็นลำเส้นตรง ...
จึงเป็นรูปเส้นตรง ...


... ราศีธาตุลม สัญญลักษณ์ของสิ่งสวยงาม คือราศีตุลย์รูป ๖ เหลี่ยม เสมือนแก้วผลึก 
เพชรนิลจินดา ของมีค่า ของประดับกาย ราศีกุมภ์รูปกลีบดอกไม้
๔ กลีบ และราศีเมถุนคือรูปกระสวยหรือกลีบดอกไม้เพียงกลีบดียว หรือรูปใบไม้ ...


... ราศีธาตุดิน รูปเหลี่ยมสัน ลักษณะของดินและภูเขาหรือผืนแผ่นดิน คือราศีมังกรรูป
สี่เหลียมจตุรัสเป็นรูปผืนกระทงนา ราศีพฤษภรูปสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูน
เป็นรูปพื้นที่อันเป็นรูปสี่เหลี่ยมเย้และรูปทรงยอดเขา ราศีกันย์รูปกากะบาด ...


... ๔. การแยะแยกสัญญลักษณ์ประจำดาวและราศี ซึ่งจะอธิบายถึงลักษณะความเป็นมาดังรายละเอียดต่อไปนี้ ...


... รูปสามเหลี่ยมด้านเท่า ...

... สัญญลักษณ์ของดาวพลูโตและราศีเมษ หมายถึงเจดีย์  พระพุทธรูป  นิพพาน 
 อาตมัน ไตรภพ พระรัตนไตร จุฬาตรีคูณ ...
ดาวยอดจุฬามณี  คือดาวเหนือ  อันดาวเหนือนั้นมีลักษณะพิเศษ  คือประจำอยู่ทิศเหนือ 
อยู่ตรงนั้นชั่วนิจกาลไม่มีขึ้นลง เป็นยอดของสวรรค์ ถือกันว่า ...
เจดีย์จุฬามณีบรรจุพระธาตุของพระพุทธองค์สถิตอยู่ที่นั่น  มีความจิรังยั่งยืนเสมือนรูป
สามเหลี่ยมปิรามิด  และพระนิพพานซึ่งมั่นคงอยู่เหนือกระแส ...
อำนาจการเวียนว่ายตายเกิด อันตรงกับคำว่า อาตมันของฮินดูนั่นเอง ...


... รูปสามเหลี่ยมนี้จะแทนสัญญลักษณ์ของสิ่งอันมีรูปทรงสามเหลี่ยมทั้งสิ้น  เช่น 
 มงกุฏ, ชฎา, เจดีย์, พระพุทธรูปปางสมาธิ, ยอดเขา, หลังคาบ้านไทย ...
และธงสามเหลี่ยม  เป็นสัญญลักษณ์ของอวิชา ...

... รูปสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูน ...


... สัญญลักษณ์ของราหูหรือราศีพฤษภ คือการจับเอารูปสี่เหลี่ยมมากดให้เย้รวนไป 

จึงเป็นเครื่องหมายของความมัวเมา, หลงผิด การใส่ไคล้ป้ายสี, หมายถึงสังขาร ...




... รูปใบไม้, เมล็ดข้าว, เมล็ดพืช, เป็นสัญญลักษณ์ของพืชพันธ์ุและ

วิญญาณอันเป็นตัวแทนของเกตุหรือราศีเมถุนและหมายถึงวิญญาณ

หรืออารมณ์ความรู้สึกทางใจ ...



... รูปกลมรอบตัว, พระจันทร์ , สัญญลักษณ์ของพระจันทร์และราศีกรกฏ

หมายถึงนามรูป คือเซลล์ของสัตว์ พืชทุกชนิด ปฐมกำเนิด นามรูปทั้งปวง

ย่อมมาจากรูปกลมทั้งสิ้น ...


... รูปดาวแปดแฉก คือสฬายตนะการสัมผัสได้ทุกรสของอายตนะทั้งปวง

เป็นรูปพระอาทิตย์และรัศมี แสดงถึงอำนาจและความมีชีวิต ชีวา เป็น ...

สัญญลักษณ์ของอาทิตย์และราศีสิงห์ หมายถึงแสงสว่าง, พลังปราณ,

อำนาจการสัมผัสทั้งปวง, ยศศักดิ์, ความรุ่งโรจน์, ความแจ่มใส, ความมีชีวิต

ชีวา และการเกิด ...





... สัญญลักษณ์ของกากะบาด คือตัวผัสสะ หมายถึงเครื่องหมายบวก คือการเพิ่ม

ทวีคูณ หรือการสัมผัสรับรู้อารมณ์ต่างๆ หมายถึงกาชาด, การกุศล, การศึกษา ...

การแสวงหาความรู้, พยาบาล, การแพทย์,การศึกษา, การสื่อสาร, การเจรจา, การ

ตกลง สัญญลักษณ์ของดาวพุธ และราศีกันย์ ...





... รูป ๖ เหลี่ยม หรือผลึกแก้ว หมายถึงเครื่องเพชรพลอย, คือตัวเวทนา มีอารมณ์

รับรู้ในความงามต่างๆ คือสุนทรีย์รส, ศิลป, ของสวยงาม, เครื่องเจียรนัย, เครื่อง

ประดับร่างกาย สัญญลักษณ์ของดาวศุกร์ และราศีตุลย์ ...







... รูป ๘ เหลี่ยม หมายถึงตัณหาความอยาก, ความเร่าร้อนรุนแรง การดิ้นรน, การแสวง

หาสิ่งมาบำเรอความพอใจของตนเอง สัญญลักษณ์ของดาวอังคาร ตัวราคะจริตหริอราศี

พิจิกหมายถึงอาการไหวจัด, งอนจัด, ความโกรธ, การประหัตประหารกัน, อาวุธและความตาย











... รูปเส้นตรงหรือสามเหลี่ยมผืนผ้ายาว สัญญลักษณ์ของดาวพฤหัสบดีหรือราศีธนู

หมายถึงอุปาทาน คือการยึดมั่นในคติความเชื่อต่างๆ ความฝังใจมุ่งเป็นอย่างใด

อย่างหนึ่ง ทางสายเดียว, ความมั่นคง, ความซื่อตรงไม่คลอนแคลน, การศาสนา

ครูอาจารย์ ที่เป็นที่พึ่งของศิษย์, เสาธง, หลักชายเขตแดน, หลักเมือง ...



... รูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส อัรเป็นรูปทรงที่แข็งแกร่ง บ่งถึงความแข็งกร้าว ความทรหดอดทน เป็น

สภาวะของภพคือ อุปาทานที่แน่นแฟ้นจนกลายเป็นทิษฐิ หมายถึงความทุกข์, การกระทำของ

มนุษย์, ที่ดิน, ทิศทั้ง ๔, ความเข้มแข็ง, กิจกรรมของมนุษย์, โรงงานอุตสาหกรรม, งานหนัก

อันเป็นสัญญลักษณ์ของดาวเสาร์และ ราศีมังกร ...







... รูปดอกไม้ สัญญลักษณ์ของดาวมฤตยูหรือ ราศีกุมภ์ หมายถึงความเบิกบาน, ความชื่นชม

ยินดี, การท่องเที่ยว, การเสี่ยง, ก่รเกิดใหม่, การเปลี่ยนสภาวะของสิ่งต่างๆ, การค้นคว้า, การ

ถ่อมตน, การผจญภัย ...










... รูปกงล้อ สัญญลักษณ์ของดาวเนปจูนหรือ ราศีมีน หมายถึงความตาย ความสิ้นสุดของทุก

สิ่งทุกอย่าง, ความวินาศนะ, การเคลื่อนไหว, การร่วมชุมชนของสังคม, สังสารวัฏ, การดิ้นรน ,

ความทะเยอทะยาน, ความมักใหญ่ใฝ่สูง ...









... ประโยชน์ในการพิจารณารูปทรงสัญญลักษณ์นี้ ก็เพื่อใช้ประกอบในการพยากรณ์และเป็น

ประโยชน์ให้พยากรณ์แตกฉานไปสู่ความลึกซึ้งของธรรมชาติอย่างแท้จริง อุทธาหรณ์ เช่น ...

การแข่งขันฟุตบอลล์ระหว่างจุฬาและธรรมศาสตร์ ผู้ที่รอบรู้ในสัญญลักษณ์ของสถาบันสอง

แห่ง ก็อาจทำนายได้ทันทีโดยไม่ต้องดูดวงชาตาแบบโหราศาสตร์เลยแม้แต่น้อย ...



... จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีเครื่องหมายรูปพระเกี้ยวเป็นทรงสามเหลี่ยม คือ ...

... ดาวพลูโต หรือราศีเมษ ...

... มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เครื่องหมายประจำมหาวิทบาลัยคือ ธรรมจักรรูปวงล้อคือ ...

... ดาวเนปจูนหรือราศีมีน ...


... ถ้าท่านสนใจที่จะเรียนรู้เรือ่งการแข่งขันของสองมหาวิทยาลัยนี้ ติดตามอ่านได้ที่ ...

... หนังสือ " โหราศาสตร์แผนใหม่ " ของท่าน อ. พลูหลวง ได้ที่ร้านเกษมบรรณกิจ ...








... บทความของท่าน อ.พลูหลวงในเรื่อง ... สัญญลักษณ์ของรูปประจำราศีและ ดาวพระ

เคราะห์ ... เป็นสาระประโยชน์ที่สำคัญเป็นอย่างยิ่ง ในการที่ถ้าเราได้เรียนรู้สัญญลักษณ์

ของรูปประจำราศีได้อย่างถ่องแท้แล้วไซร้ ... เราก็สามารถนำมาพยากรณ์เรื่องราวต่างๆ

 ของบุคคลในราศีต่างๆได้อีกอย่างลึกซึ้ง และชัดเจนขึ้นมาอีกจุดหนึ่งในการทำนายดวงชาตา 



... สวัสดีครับ ...


... อ.ธนเทพ ปฏิพิมพาคม ...

วันศุกร์ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

ตำแหน่งอุจจ์นั้นดี - ร้ายแค่ไหน?











... ตามโบราณท่านว่ากันมาว่า ...



ดาวอาทิตย์ได้ตำแหน่งเป็นอุจจ์ ที่ราศีเมษ เป็นคนที่ฉลาดหลักแหลม มีปัญญาเหนือ

กว่าบรรดาพี่น้อง มีสมบัติมาก ...

ดาวจันทร์ได้ตำแหน่งเป็นอุจจ์ ที่ราศีพฤษภ จะมีลักษณะกริยาท่าทาง มีสง่าราศี ในวง

สังคมมีแต่คนยกย่องและสรรเสริญ ...

ดาวอังคารได้ตำแหน่งเป็นอุจจ์ ที่ราศีมังกร จะมีโภคทรัพย์ บริวารมากมาย พรั่งพร้อม

ด้วยยานพาหนะ มีโชคลาภ มีบุตรยาก ...

ดาวพุธได้ตำแหน่งอุจจ์ ที่ราศีกันย์ จะมีความสุข ความมั่นคง เจริญในหน้าที่การงาน

และชนะศัตรูทั้งปวง ...

ดาวพฤหัสบดีได้ตำแหน่งอุจจ์ ที่ราศีกรกฏจะอุดมสมบูรณ์ไปด้วยโภคทรัพย์  ยานพาหนะ

และมีปัญญาหลักแหลมรู้ทันผู้คน ...

ดาวศุกร์ได้ตำแหน่งอุจจ์ ที่ราศีมีน จะมีใบหน้าที่สวยงาม เป็นที่ชื่นชอบแก่ผู้ที่ได้พบเห็น

มีนิสัยร่าเริง สนุกสนาน ไม่เครียด ...

ดาวเสาร์ได้ตำแหน่งอุจจ์ ที่ราศีตุลย์ จะเป็นคนมีนิสัย ขยันหมั่นเพียร อดทน อดกลั้น

คมในฝัก อารมณ์ร้าย มีข้าทาสรับใช้ ไม่กลัวบาป ...

ราหูได้ตำแหน่งอุจจ์ ที่ราศีพฤศจิก จะมีโภคทรัพย์มากมาย เป็นคนโกรธง่าย แต่มีจิตใจ

เป็นกุศล ...










... ดาวได้ตำแหน่งอุจจ์หมายถึง มีอำนาจ วาสนาสูงส่ง มีเกียรติ มีชื่อเสียง  ใหญ่โต โอ่อ่า

มียศถาบรรดาศักดิ์ ฯ ...

... ดาวตนุลัคน์ได้ตำแหน่งอุจจ์ หมายถึง จะเป็นบุคคลที่มีอำนาจวาสนาสูงส่งใหญ่โต มีผู้

คนนับหน้าถือตา ...

... ดาวกฎุมภะได้ตำแหน่งอุจจ์ หมายถึง มีทรัพย์สินเงินทอง ระดับมหาเศรษฐี อุดมสมบูรณ์

ไปด้วยโภคทรัพย์นับอนันต์ ...

... ดาวสหัชชะได้ตำแหน่งอุจจ์ หมายถึง มีญาติพี่น้องเป็นคนที่มีฐานะ มีเพื่อนเป็นคนชั้นสูง

มีเกียรติอยู่ในแวดวงสังคมชั้นสูง ...

... ดาวพันธุได้ตำแหน่งอุจจ์ หมายถึง มีตระกูล เผ่าพันธ์ที่สูงศักดิ์ หรือมีเกียรติอยู่ในวงสังคม

ชั้นสูง มีบ้านทีโอ่อ่า หรูหรา ใหญ่โต ...

... ดาวปุตตะได้ตำแหน่งอุจจ์ หมายถึง จะมีบุตรมาก มีคนรักมากมาย บริวารเข้มแข็งทรงพลัง

บุตรหลานจะได้เป็นใหญ่เป็นโต ...

... ดาวอริได้ตำแหน่งอุจจ์ หมายถึง จะเป็นคนที่มีศัตรูเป็นผู้มีอิทธิพล มีหนี้สินมาก แบกภาระ

หนักในชีวิต จะต้องต่อสู้ชีวิตอย่างหนักหนาสาหัส ...

... ดาวปัตนิได้ตำแหน่งอุจจ์ หมายถึง จะมีคู่มาก คู่ครองสูงศักดิ์ หุ้นส่วนมีอิทธิพลมาก  มักเป็น

คนมีปัญหาใหญ่ๆ ที่ต้องให้แก้ไข ปรับปรุง ...

... ดาวมรณะได้ตำแหน่งอุจจ์ หมายถึง ในชีวิตมีการเดินทางอยู่เป็นประจำ  มีมรดกจำนวน

มหาศาล  ตายในที่โอ่อ่า ใหญ่โต  มีรายได้สูง เป็นคนมีโรคหลานยโรค ...

... ดาวศุภะได้ตำแหน่งอุจจ์ หมายถึง มีความสำเร็จสูง  อนาคตมีความรุ่งเรืองในชีวิต  พ่อ - แม่

เป็นคนมีเกียรติ ...

... ดาวกัมมะได้ตำแหน่งอุจจ์ หมายถึง จะมีกิจการที่ใหญ่โต ทำงานระดับชาติ เป็นคนที่ต้อง

แบกภาระ และหน้าที่  เป็นคนที่มีกรรมเก่าหนักหนาสาหัสติดตัวมา ...

... ดาวลาภะได้ตำแหน่งอุจจ์ หมายถึง เป็นคนโชคดี มีรายได้สูง มีลาภผลก้อนโต มีโชคลาภ

อยู่เป็นประจำ เป็นคนโลภมาก ...

... ดาววินาสน์ได้ตำแหน่งอุจจ์ หมายถึง เป็นคนล้มเหลวในชีวิตอยู่บ่อยๆ  เป็นคนที่ไม่ค่อยจะ

ตบหากับผู้ใดจริงใจ จะต้องถูกกักขังหรือถูกจองจำ มักต้องจากถิ่นกำเนิดของตน ...











... ตอนนี้เรามาตีความดาวที่ได้ตำแหน่งอุจจ์กันดีกว่า ...


... เริ่มตั้งแต่ดาว ๑ ... ตั้งราศีสิงห์เป็นหลักคือ ลัคนาของดาว ๑  ...

... ดาว ๑ ไปอยู่ภพศุภะ อ่านว่า ตนุ [ เจ้าชาตา ] + ศุภะ [ ความสำเร็จก้าวหน้า ] ...

... แปลว่า ... เจ้าชาตาจะเป็นคนที่ความสำเร็จในอนาคตเป็นอย่างดี ...

... คำแปลโอเคอยู่ แต่น่าจะต้องลุยหน่อยเพราะอยู่เรือนศัตรูคือ ดาว ๓ ศัตรูความรัก ...

... ๑+ ๓ เขาเรียกกันว่า ... คู่ทะเยอทะยาน , คู่ปะทะ , คู่ราวี ...



... คราวนี้เรามาดูดาว ๒ ... ตั้งราศีกรกฏ ลัคนาของดาว ๒ ...

... ดาว ๒ ไปอยู่ภพลาภะ อ่านว่า ตนุ [ เจ้าชาตา ] + ลาภะ [ ลาภผล, โชคลาภ ] 

... แปลว่า ... เจ้าชาตาเป็นคนโชคดี มีโชคลาภ ...

... คำแปลเข้าท่าดี ทำพอะไรก็เฮงดี เราะอยู่เรือนของดาว ๖ ค่อนข้างจะเจ้าสำราญ

... ๒ + ๖ เรียกกันว่า ... คู่สำราญ , ตู่เฮง , คู่โอ่อ่า ...



... ต่อไปมาดู ดาว ๓ ... ตั้งราศีพฤศจิก  ลัคนาของดาว ๓ ...

... ที่ไม่ตั้งที่ราศีเมษเพราะดาว ๓ เป็นอุจจ์อยู่ที่ราศีมังกรภาคกลางวัน ...

... ดาว ๓ ไปอยู่ภพ สหัชชะอ่านว่า ... ตนุ [ เจ้าชาตา ] + สหัชชะ ... 

[ พี่น้อง, สังคม ,สังเวียน ] ...

... แปลว่า ... เจ้าชาตาจะต้องแตกหักกับพี่น้อง ...

...คำแปลดูดุดันอยู่มาก แต่ก็อีกละ เรือนนี้เป็นเรือนของดาว ๗ โทษทุกข์ ทรมาน

... ๓ +๗ เรียกว่า ... คู่แตกหัก , คู่ฟันฝ่า , คู่พิฆาต ...



... อันดับต่อไปดู ดาว ๔ ... ตั้งราศีกันย์ ลัคนาของดาว ๔ ...

... ที่ไม่ตั้งที่ราศีมิถุนก็เพราะว่า ดาว ๔ เป็นอุจจ์อยู่ที่ราศีกันย์ภาคกลางวัน ...

... ดาว ๔ ไม่ไปไหน อ่านว่า ตนุ [ เจ้าชาตา ] + ตนุ ...[ ตนเอง ] ...

... แปลว่า ... เจ้าชาตาเป็นคนที่เชื่อมันในตนเองอย่างแรงกล้า ...

... คำแปลต้องดีแน่นอน ก็อยู่บ้านตัวเองนี่นา ไม่ดีไม่รู้จะพูดอะไรได้อีก ...



... ดูกันต่อไป ดาว ๕ ... ตั้งราศีมีน  ลัคนาของดาว ๕ ...

... ที่ไม่ตั้งที่ราศีธนูเพราะ ดาว ๕ เป็นอุจจ์อยู่ที่ราศีกรกฏภาคกลางคืน ...

... ดาว ๕ ไปอยู่ภพ ไปอยู่ภพ ปุตตะ อ่านว่า ... ตนุ [ เจ้าชาตา ] + ปุตตะ ...

 [ เด็ก , เสี่ยงโชค , ความรัก ] ...

... แปลว่า ... เจ้าชาตาเป็นนักเสี่ยง นักรัก และนิสัยเหมือนเด็ก รักลูก ...

... คำแปลนี้น่าเอ็นดูมาก ก็อยู่เรือนนาง ๒ นี่นา ใครไม่รักลูกสาวกันบ้างละ ! ...

... ๒ + ๕ เขาเรียกว่า ... คู่พ่อลูก , คู่งอแง , คู่ครอบครัว ...



... ดูกันไปที่ดาว ๖ ... ตั้งราศีพฤษภ ลัคนาของดาว ๖ ...

... ที่ไม่ตั้งที่ราศีตุลย์เพราะ ดาว ๖ เป็อุจจ์อยู่ที่ราศีมีนภาคกลางคืน ...

... ดาว ๖ ไปอยู่ภพ ลาภะ อ่านว่า ตนุ [ เจ้าชาตา ] + ลาภะ [ โลภ , แสวงหา ] 

... แปลว่า ... เจ้าชาตาแสวงหาทรัพย์อย่างไม่จบสิ้น ...

... ฟังคำแปลฟังแล้วน่าเหนื่อยนะนี่ อยู่เรือน ๕ เงินใหญ่ ๖ เป็นเงินย่อย ...

... ๖ + ๕ เขาเรียก ... คู่เกื้อกูล, คู่ช่วยเหลือ, คู่เงินย่อย - เงินใหญ่ ...



... ต่อไป ดูที่ดาว ๗ ... ตั้งราศีมังกร ลัคนาของดาว ๗ ...

... ดาว ๗ ไปอยู่ภพ กัมมะ อ่านว่า ตนุ [ เจ้าชาตา ] + กัมมะ [ กรรม, ภาระ, หน้าที่ ] 

... แปลว่า ... เจ้าชาตาเป็นผู้รับภาระและแบกภาระ หน้าที่เพราะเป็นกรรม ...

... ฟังดูแล้วก็อึดอัดใจแทน อีกแหละ อยู่เรือนดาว ๖ คู่ศัตรู ก็แบบนี้ละ ...

... ๗ + ๖ เขาเรียก ... คู่ศัตรู, คู่พัฒนา, คู่กรรม ...



... สุดท้ายดูไปที่ ราหู ... ตั้งราศีกุมภ์ ลัคนาของ ราหู ...

... ราหูไปอยู่ภพ กัมมะ อ่านว่า ตนุ [ เจ้าชาตา ] + กัมมะ [ ธุระ,  งาน , ร่วมแรง

... แปลว่า ... เจ้าชาตามีงานที่ต้องร่วมแรงร่วมใจกันทำงาน ...

... ฟังดูก็ไม่เลว ราหู อยู่เรือน ๓ พรรคพวก หมู่มิตร สนิทชิดเชื้อกัน ...

... ๘ + ๓ เขาเรียกว่า ... ตู่ร่วมบาป, คู่ร่วมกระทำ , คู่ร่วมแรง ...








... สรุปได้ว่า ถ้าดาวที่เป็นอุจจ์ ดังกล่าวไม่ได้เป็นเจ้าเรือนภพ อริ มรณะ วินาสน์  ... 

ไม่ได้อยู่ภพ อริ มรณะ วินาสน์ ถึงจะเป็นดาวอุจจ์ที่ดีเลิศสำหรับทุกคนครับ ...

... ขอให้ทุกท่านประสบกับความสำเร็จแตกฉานในวิชาโหราศาสตร์ กันถ้วนหน้าครับ ...


... สวัสดีครับ ...


... อ.ธนเทพ ปฏิพิมพาคม ...


ดาว ๑  เ


วันพุธที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

จุดพิฆาตวันมรณะกรรม






... ดวงชาย ... เกิด ๒๒ ม.ค. ๒๔๙๑ ...

... เวลา ๑๙.๒๕ น. ก.ท.ม. ...

... วัน ๕ ขึ้น ๑๒ ค่ำ ปีกุน ...


... วิจารณ์ ...

๑. ได้ปัสวะเกณฑ์

๒. เป็นอุจจ์และได้องค์เกณฑ์

๓. อยู่ที่ราศีสิงห์ อวัยวะหัวใจ มีการผ่าตัดหัวใจ

๔. กุมกับ ๑ ได้คู่วิชาการ ฉลาด - รอบรู้

๕. ได้ตำแหน่ง ปทุมเกณฑ์

เป็นเจ้าเรือนภพมรณะ ตกพันธุ มีมรดกตกทอด

๕ กฎุมภะ - เงินของพันธุ - แม่ โยคหลัง เป็นลาภะ ดาว ๑ ตนุ ได้ตำแหน่งปทุมเกณฑ์

๖. เป็นพินทุ แต่เล็ง ๓ ได้คู่มิตร

๖ กฎุมภะ - เงินของ ศุภะ - พ่อ เป็นกฎุมภะของ ๑ ตนุลัตน์ 

๗. เป็นประ แต่มี ๑ คู่ธาตุเล็ง

๘. ตรีโกณ ๓ ได้คู่ธาตุ

๙.อยู่มรณะตายรวดเร็ว

เนปจูน มรณะอยู่เรือนกฎุมภะ มีมรดก

... สรปดวงชาตานี้รวยเกินรวย รายละเอียดดวงชาตานี้มีอยู่ที่ ...

" ดวงมหาเศรษฐี " ที่ศาสตร์พยากรณ์  ลิงค์ไปที่ ... ดวงมหาเศรษฐี

... ดวงนี้เสียชีวิตด้วยการผ่าตัดหัวใจ ...








... วันมรณะกรรม วันที่ ๔ ส.ค. ๒๕๔๘ เวลา ๒๓.๕๕ น. 

ลัคนาจรตกราศีมีน ... ภพมรณะจากลัคนาเดิมราศีสิงห์ ...

... ขั้นตอนแรกเราต้องหาดาวมรณะของทุกลัคนาก่อน ...

... จากลัตนาที่ ๑ ราศีสิงห์ ดาวมรณะคือ ดาว ๕ ดาว เนปจูน และเกตุดาวลอย 

... จากลัคนาที่ ๒ ราศีมังกร ดาวมรณะก็คือดาว ๑  และ ๓ ดาวลอย

... จากลัคนาที่ ๓ ราศีกรกฏ ดาวมรณะคือดาว ๐ ราหู ๗ และ๖ ดาวลอย 

... จากลัคนาที่ ๔ ราศีพฤษภ ดาวมรณะก็คือดาว ๕ ซ้ำกับลัคนาที่ ๑ ตอกย้ำ

... จากลัคนาที่ ๕ ราศีกุมภ์ ดาวมรณะก็คิอดาว ๔ 

... จากลัคนาที่ ๖ ราศีเมษ ดาวมรณะก็คือดาว ๓ และ ๕ ดาวลอย

... รวมดาวมรณะก็คือ ... ดาว ๕ เนปจูน เกตุ ดาว ๑ ดาว ๓  ดาว ๐ ราหู ๗ ... 

ดาว ๖ และดาว ๔ ...


... นับอายุไปทีละปี ... มรณะ ๕๗ ปี ...


... เริ่มนับ ๑ ปีที่ราศีสิงห๋ ๒ ปีที่ราศีกันย์นับไปถึงราศีกรกฏก็ครบ ๑๒ ปี ...

นับไปอีก ๑ รอบ ก็ครบ ๒๔ ปีที่ราศีกรกฏ ... นับต่อไปอีก ๑ รอย ก็ครบ ๓๖ ปี

ที่ราศีกรกฏอีก ... นับต่อไปอีก ๑ รอบก็ครบ ๔๘ ปีที่ราศีกรกฏอีก ... นับต่อไป

อีก ๑ รอบ ก็ครบอายุ ๖๐ ปีที่ราศีกรกฏอีก แต่เกินอายุ ๕๗ ปี ... ให้ถอยไปที่

ราศีมิถุนเป็นอายุ ๕๙ ปี ราศีพฤษภเป็น ๕๘ ปี พอถึงราศีเมษก็ครบ ๕๗ ปี ตาม

ที่ต้องการทันที ...


... เราก็ตั้งราศีเมษเป็น [ จุดปี ] ลัคนาจรปี  ดูเรื่องราวของปีนั้น อายุ ๕๗ ปี ...








... จากจุดปีราศีเมษ [ อายุ ๕๗ ปี ] ดาว ๓ ก็คือ ตนุ + มรณะ ...

... สังเกตุว่าดาว ๓ กุมลัคนาที่ ๑ อยู่ในดวงเดิม ...

... เริ่มนับเดือน ม.ค. ที่ราศีเมษ   ... นับเดือน ก.พ. ที่ราศีพฤษภ ... นับเดือน

มี.ค. ที่ราศีมิถุน ... นับเดือน เม.ย. ที่ราศีกรกฏ ... นับเดือน พ.ค. ที่ราศีสิงห์ ... นับเดือน

มิ.ย. ที่ราศีกันย์ ...นับเดือน ก.ค. ที่ราศีตุลย์ ... นับเดือน ส.ค. ที่ราศีพฤศจิกเป็นจุดเดือน



... สังเกตุว่า จุดเดือนดาว ๓ เจ้าเรือนภพมรณะ ของจุดปีก็วิ่งไปที่ลัตนาที่ ๑ อีก ...

ส่วนดาวมรณะของจุดเดือนคือดาว ๔ ก็กุมกับดาว ๑ ตนุลัคน์ตัวแรก ...

ถ้าเราดูจากมุมของดาว ๑ ที่อยู่กับดาวมรณะเดือน คือดาว ๔ ที่ราศีมังกร ...

จะเห็นว่าโดน ๓ + ๐ ทำมุมปลายหอกทำร้ายอยู่ และมีดาว ๗ เล็งอยู่อีกต่างหาก ...



... ตอนนี้เราก็เริ่มนับวันที่ ๑ ส.ค.ที่ราศีพฤศจิก จุดเดือน ... นับวันที่ ๒ ที่ราศีธนู ...

นับวันที่ ๓ ที่ราศีมังกร ... นับวันที่ ๔ ที่ราศี กุมภ์ เป็น จุดวัน ...

... ก็จะเห็นอีกว่า  ๗ + เนปจูน ทำมุมปลายหอกมาที่ราศีกุมภ์จุดวัน และมี ๓ เล็งอีก

... นี่คือการดู จุดปี จุดเดือน จุดวัน จากดวงดาวลัคนาที่ ๑ ทั้งสิ้น ...


... คราวนี้เรามาดูจากดาวจรกันใหม่อีกที ...







... เวลาที่เจ้าชาตาเสียชีวิต เวบา ๒๓.๕๕ น ตกราศีมีน ...


จะเห็นว่าดาว  ๖ มรณะ ไปสถิตอยู่ที่ ราศีสิงห์ลัคนาที่ ๑ ... ซึ่งดาว ๑ จรอยู่ราศีกรกฏ

ภพวินาสน์ของลัคนาที่ ๑ ... ทีนี้เราลองขับตามดาว ๕ ตนุลัคน์จรตัวที่ ๑ ไปอยู่ไหน ?

ปรากฎว่าไปอยู่ราศีกันย์เป็นประ - อ่อนแรง ดาว ๓ มรณะจรเดินมาเป็นเกษตร - แน่ๆ

ลองขับดาว ๔ ตนุลัคน์ตัวที่ ๒ ไปอยู่ที่ราศีกรกฏ ปรากฏว่าดาว ๐ มรณะเดินเป็นเกษตร

อยู่ที่ราศีกุมภ์ มรณะเกษตร - ตายแน่ๆ ...


... จากลัคนาจรที่ราศีมีน จะเห็นว่า ดาว ๓ ๙ ๘ ๐ เนปจูน จรที่รายล้อมลัคนามีนนั้น ล้วน

เป็นดาวมรณะเดิมทั้งสิ้น คือ ๓ + ๐ โอบหน้าหลัง ๘ + ๙ กุมลัคน์ แถมยังมี ดาว ๑ ๔ ๗ 

ซึ่งเป็นดาว มรณะเดิมอยู่ในมุมตรีโกณที่ราศีกรกฏอีก โดยมีดาว ๒ เป็นเกษตรสรุปว่า

... แน่นอน ... [ ดวงต้องจากโลกนี้ ] ...


... ยังมีจุดดูได้อีกหลายจุด แต่ผมว่าแค่นี้ก่อน เอาพอมึนๆก็พอ ... ครับ ...





... ทุกท่านลองไปฝึกฝนไล่ดูตามจุดปี จุดเดือน จุดวัน ดังผมที่ได้กล่าวมาให้คล่องแคล่ว 

ว่องไว ก็จะเกิดความเชี่ยวชาญ ชำนิชำนาญ ... ผมขอให้ทุกท่านจงประสบกับความสำเร็จ

กันถ้วนหน้ากันทุกคนนะครับ ...


... สวัสดีครับ ...

... อ. ธนเทพ ปฏิพิมพาคม ...



วันจันทร์ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

เกร็ดโหราพาเพลินใจ






... เกร็ดโหราพาเพลินใจ ...



... โหราศาสตร์ได้จัดปีนักษัตร เริ่มปีชวดที่ราศีธนู  ปีฉลูที่ราศีมังกร ปีขาลที่ราศีกุมภ์

ปีเถาะที่ราศีมีน มีมะโรงที่ราศีเมษ  ปีมะเส็งที่ราศีพฤษภ ปีมะเมียที่ราศีมิถุน ปีมะแมที่

ราศ๊กรกฏ ปีวอกที่ราศีสิงห์ ปีระกาที่ราศีกันย์ ปีจอที่ราศีตุลย์ และปีกุนที่ราศีพฤศจิก 

โดยประมาณ คือโดยใกล้เคียง แต่ถ้าเกิดปลายปีหรือต้นปีอาจมีการเหลื่อมล้ำกันไป

ซัก หนึ่งราศีเป็นอย่างมาก ...



... ดังนั้นถ้ารารู้ว่าเขาเกิดปีใด เราสามารถคิดในใจคร่าวๆได้ว่า ดาวพฤหัสบดีของเขา

อยู่ในตำแหน่งใดได้ ... เพราะฉะนั้นคนเกิดปีมะโรงดาวพฤหัสบดีก็ต้องอยู่ราศีเมษเป็น

ราชาโชค โดยประมาณ ...



... ดาวพฤหัสบดีจะทำหน้าที่บอกว่าในปีนั้นจะมีโชคใหญ่ ความสำเร็จต่างๆหรือไม่ และ

ต้องดูว่า  ดาวพฤหัสบดีในดวงชาตาเดิมของทุกคน เป็นเจ้าเรือนดีหรือร้ายประการใด ... 

ในปีนั้นจรมาอยู่ภพอะไรในดวง ก็จะเกิดเหตุดี - ร้ายตามสถานการณ์นั้น ๆ ...











... ตัวอย่างดวงชาตา ... [ ชาย ]  ลัคนาราศีพฤศจิก ...

...  ดาวพฤหัสบดีเป็นเจ้าเรือนภพ ... 

... กฎุมภะ + ปุตตะ ... คือ เงิน,การเจรจา + การเสี่ยง, คนรัก ...

ดาวพฤหัสบดีจรมาอยู่ภพศุภะ [ ความสำเร็จ, สมใจนึก ] ...

เราตามไปดูว่าดาว ๒ เจ้าเรือนภพศุภะเดิมในดวงชาตาไปอยู่ไหน ? ...

ปรากฏว่าดาว ๒ ไปอยู่ภพกฎุมภะ - เงิน อีกแสดงว่าเน้นเรื่องได้เงิน ...

เราอ่านรวมกันว่า กฎุมภะ + ปุตตะ + ศุภะ  = มีความสำเร็จได้เงินจากการเสี่ยง

... เรื่องจริงคือเจ้าชาตาถูกหวยมาแล้วหลายงวดตั้งแต่ดาวพฤหัสบดีมาเป็นอุจจ์

ที่ราศีกรกฏ ...



... ทีนี้เขาได้เงินที่เกี่ยวกับขายบ้านได้  500000 บาทจากคู่ เราจะดูยังไงกันดี ! ...

... ก็ไม่ยากซ์ ... ดาว ๕ ในดวงชาตาเดิมอยู่ที่ภพพันธุ [ บ้าน ] มีดาว ๖ อุจจ์ ปัตนิ

เป็นศูนย์พาหะ - นำพาอยู่ ... ราหูเจ้าเรือนภพพันธุยังเข้ามากุมลัคน์อีกเราก็อ่าน

จากตรงพันธุ และปัตนิ ก็ได้โครงสร้างเพิ่มได้ขึ้นว่า ... ได้เงินจากคู่ในเรื่องบ้าน ... 

ดูไปที่ราหูจรก็อยู่ที่ราศีกันย์ภพลาภะอีกด้วย ... ดาว ๕ เงิน เดินจรเป็นอุจจ์ - มาก 

จรโยคหน้าให้คุณราหู ... มิหนำซ้ำ ๕  ยังตรีโกณกับ ดาว ๖ ปัตนิอีกด้วย ...

... ปีนี้ตอบว่าเฮงๆๆ  ... ชัวร์ ... 




... ส่วนดาวเสาร์ก็เช่นกัน ความหมายหลักๆหมายถึงโทษทุกข์ แต่อันที่จริง ต้องอยู่ที่ว่า

เสาร์ใครเสาร์มัน ถ้าเสาร์เป็นเจ้าเรือนภพที่ดี และอยู่ตำแหน่งดี เวลาจรมาก็ไม่ให้โทษ

อะไรมากมายนัก แต่ถ้าเสาร์เป็นเจ้าเรือนภพที่ไม่ดีและแถมอยู่ตำแหน่งเสียในดวงชาตา

อันนี้ ... น่าจะเดือดร้อนแน่ๆ ... เสาร์อยู่ราศีหนึ่ง ๒ ปีครึ่ง [ ถ้าไม่พักผ่อนซะก่อน ] ...










... ตัวอย่างดวงชาตาชาย ลัคนาราศีสิงห์ ...

... ดาวเสาร์เป็นเจ้าเรือนภพ อริ [ ปัญหา, ความเดือดร้อน ] ในดวงชาตาเดิมอยู่ที่

ราศีกรกฏภพวินาสน์ [ ล้มเหลว, ผิดหวัง ]  ... 

... ในปัจจุบันนี้ ดาว ๗ จรอยู่ที่ราศีพฤศจิกภพพันธุ [ ความมั่นคง ] ส่งกำลัง 3 จาก

ตัวเองไปที่ราศีมังกรภพอริ และส่งกำลัง 10 ไปที่ลัคนาราศีสิงห์ ตรีโกณกับดาว ๔

จรที่ราศีกรกฏ แถมยังเล็งไปที่ ดาว ๑ ตนุ - เจ้าชาตา ดาว ๔ กฎุมภะ - เงิน + ลาภะ 

- รายได้ และดาว ๕ มรณะ - เดือดร้อน ที่ราศีพฤษภภพกัมมะ - งาน อีก ทำให้สภาวะ

ในด้านการงาน การเงินของตนเองเดือดร้อนเข้าขั้นวิกฤตเลยทีเดียว และดาว ๕ ใน

ดวงเดิมอยู่ภาคกลางคืนเป็นภพมรณะโดยตรง ต้องรอ 11 ก.ค. 2558 ดาว ๕ ย้ายมา

ที่ราศีสิงห์ภาคกลางวันได้ตำแหน่งอุจจาภิมุข และมีความหมายเป็นปุตตะ - น่ายินดี 

ทุกอย่างถึงค่อยจะลงเอยมาในทางที่ดีขึ้นมาได้ ...








                                      ... จันทร์ในราศีต่างๆ ...


... ถ้าจะดู อารมณ์ ความคิด จิตใจ หรือสรุปเรื่องราวต่าง ๆ ก็ดูที่ดาวจันทร์ตามราศีต่างๆ 

ภายใน 2 วันหรือ 2 วันครึ่ง ... แล้วก็ดูว่าตก อริ มรณะ วินาสน์ ของลัคนาเราหรือเปล่า ถ้า

อยู่ภพที่ดีของเรา ก็ตอบว่า วันนั้นต้องดีแน่นอน ...






... วันนี้เท่านี้ก่อนนะครับ พบกันใหม่ในบทความต่อไป ...

... ขอให้ทุกท่านจงประสบกับความสำเร็จในวิชาโหราศาสตร์ ...

... สวัสดี ...

... อ.ธนเทพ ปฏิพิมพาคม ...








วันพุธที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

ยามนาฬิกาแบบสะดวกทันใจ







... พูดถึง " ยามนาฬิกา " นักศึกษาบางท่านอาจจะฟังดูแปลกๆ ไม่ชินนัก ...

... เอาละครับผมจะเริ่มอธิบายจากตัวอย่างจริงๆ ...

... ในขณะที่ผมเริ่มบรรเลงบทความนี้เป็นเวลา 12.45 น. 

ผมเป็นคนราศีพฤศจิก เวลาดังกล่าว อ่านจากนาฬิกามาเป็นภพเรือนของผมได้ว่า ...

ปุตตะ + ศุภะ ...  เข็มสั้นอยู่ที่เลข 1 เข็มยาวอยู่ที่เลข 9  ...

= ปุตตะ [ สิ่งที่เกิดขึ้น, เอาใจใส่,ใจรัก ] + ศุภะ [ มีความสุข, ผู้อุปถัมภ์, อนาคต ] 

 เริ่มแรกเราต้องตั้งราศีเมษที่เลข 12 ดังนั้นราศีพฤษภก็คือเลข 11 ไปตามลำดับจนถึง

เลข 1 ราศีมีน ... ผมเป็นคนราศีพฤศจิก จึงต้องตั้งภพตนุ อยู่ที่เลข 5 เวลา 12.45 น. เรา

ต้องดูจากเข้มสั้นว่าจะตกเลข 1 ราศีมีนเป็นภพปุตตะ เข็มยาวตกเลข 9 เป็นภพศุภะ ...

จึงอ่านได้ว่า ปุตตะ + ศุภะ =  การกระทำที่เกิดความสุขขึ้นมา ...

แปลได้ความว่า ... ผมกำลังมีความสุขในงานที่ตนเองกระทำอยู่ ...

... สุขใจ เพราะเลข 9 ก็คือราศีกรกฏเรือนของดาว ๒ จิตใจ ...



... ทำไมถึงว่าเป็นเรื่องงานละ ? ...

อ้าว! ก็เข็มสั้นตกเลข 1 = ก็เป้นเจ้าเรือนภพกัมมะ เข็มยาวตกเลข 9 [ กำลังยุ่ง ] ...

เข็มสั้นจะ บอกเหตุ ส่วนเข็มยาวนั้นจะ บอกผล ...

... แค่คำว่า ปุตตะ + ศุภะ เราก็จะแปลออกมาได้ว่า ...

... งานที่ทำนั้นเกิดจากการเอาใจใส่ ซึ่งมีใจรักที่จะเขียนบทความโหราศาสตร์ขึ้นมา

เพื่อประโยชน์ต่อผู้ที่กำลังศึกษาต่อไปในอนาคต ...


... ถ้าคุณราศีกรกฏก็ให้ตั้งลัคนาอยู่ที่เลข 9 ถ้าลัคนาราศีตุลย์ก็ตั้งภพตนุที่เลข 6

ถ้าเป็นคนราศีมังกร ก็ตั้งลัคนาที่เลข 3 เป็นต้น ...

... แต่มีเคล็ดพิเศษอยู่ว่า ถ้าเราฉุกคิดเรื่องอะไรขึ้นมาตอนนั้นค่อยดูไปที่นาฬิกาและ

แปลออกมาตามที่ได้กล่าวมาแล้วเบื้องต้น ไม่ใช่ดูนาฬิกาแล้วคิดเรื่องราวต่างๆ ...








... วิธีตอบเรื่องราวให้ผู้อื่น ... ให้ดูเข็มยาวเป็นหลัก ...


... สมมุติว่าคุณเป็นคนราศีสิงห์ ให้ตั้งลัคนาอยู่ที่เลข 8 เป็นภพตนุ ถ้าเกิดมีเพื่อนมา

หาคุณแล้วถามว่า " เราจะไปติดต่องานตอนนี้ไม่รู้ว่าจะได้หรือเปล่านี่ ? " เราก็ดูนาฬิกา

ในทันที สมมุติเป็นเวลา 8.05 น. = ตนุ เลข 8 - มรณะ เลข 1 ก็อ่านจากเข็มยาวได้ว่า ...

มรณะ [ เดือดร้อน,ผิดหวัง,เสียหาย ] ก็ให้ ตอบเพื่อนไปว่า "  สงสัยจะพลาดแน่ๆ " ...

ถ้าเป็นเวลา 10.45 น.คืออีก 15 นาทีจะ 11.00 น. อ่านว่า กัมมะ + วินาสน์  อ่านเข็มยาวที่

เลข 9 ตกวินาสน์ [ ล้มเหลว, เดือดร้อน, ยุ่งยาก ] คุณก็ตอบไปว่า ' น่าจะยุ่งยากนะ "

หรือเป็นเวลา 12.15 น. เที่ยงสิบห้านาที  อ่านว่า ศุภะ + อริ อ่านที่เข็มยาวเลข 3 ตก อริ

[ อุปสรรค, ขัดข้อง, มีปัญหา ] คุณก็ตอบไปได้ว่า " สงสัยจะขัดข้องละ " ...



... คือสรุปว่าถ้าเข็มยาวตกเลขร้าย อริ มรณะ วินาสน์ ก็ทายไปตามนั้น แต่ถ้าตกเลขดี

เช่น เลข 7 กฎุมภะ [ เงิน ]  เลข 10 ลาภะ [ ตามต้องการ ] เลข 4 ปุตตะ [ น่ายินดี ] เลข 12 

ศุภะ [ ความสำเร็จ ] ก็ให้ทายไปตามภพดีๆเหล่านั้น ...








... ว่ากันง่ายๆ เราสามารถใช้ยามนาฬิกาดูตัวเอง และยังสามารถช่วยดูให้ชาวบ้านได้ด้วย

หรือก่อนเราจะออกเดินทางไปไหน พอ Start รถให้ดูนาฬิกาทันที ถ้าเข็มยาวระบุในเลขดี

ก็ออกเดินทางได้เลย แต่ถ้าเจอเลขร้าย ให้รอสัก 3-4 นาทีก่อนแล้วค่อยออกเดินทางไป 

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ไม่ใช่เรารอเวลาดีๆก่อนแล้วจึงออกเดินทางแบบนี้ไม่ถูกต้องผิดกฏเกณฑ์



... ยามนาฬิกานี้สามารถดูได้ทุกๆ 5 นาทีก็จะเปลี่ยนภพ - เรือน ไปตามลัคนาใครลัคนา

มัน สังเกตุได้ว่าการเกิดอุบัติเหตุทุกชนิด ถ้า ไปก่อนเวลาเกิดเหตุก็จะไม่เป็นไร หรือไป

หลังเวลาเกิดเหตุก็ไม่เกิดเหตุใดๆ แต่ถ้าไปตามเวลาเกิดเหตุ แน่นอนผลออกมาก็คือความ

เสียหายที่จะเกิดขึ้น ... ถูกต้อง แล้วเราจะทำอย่างไร?ผมแน่ใจว่าถ้าจับเวลาตอนเกิดเหตุ

จากยามนาฬิกาเลขที่ออกมานั้น ต้องเป็นเลขร้ายของบุคคลนั้นอย่างแน่นอน ... 











... ผมคิดว่า ถ้าเป็นช่วงจังหวะที่เราเกิดความคิดที่จะอยากรู้คำตอบจากยามนาฬิกา ก็ดูไป

ที่นาฬิกาในทันทีทันใดที่นึกคิด เพราะยามนาฬิกาสามารถตอบคำถามของเราได้ทุกเรื่อง

ไม่แพ้ยามอัฐกาลอย่างแน่แท้  แต่ต้องมีเจตนาอยากจะรู้จริง ไม่ใช่ลองดู เพื่อพิสูจน์ หรือ

ที่เขาเรียกกันว่า " ลองของ " อย่างเด็ดขาด ...



... จุดประสงค์ที่แท้จริงของผมก็คือ ... อยากให้ผู้ที่ศึกษาโหราศาสตร์ทุกท่าน มีความสำเร็จ

ในศาสตร์พยากรณ์ต่างๆ ในทุกแขนงที่เป็นศาสตร์แห่งการพยากรณ์ ... และขอให้ผู้ที่ฝักใฝ่

ในศาสตร์นี้จงประสบกับความสำเร็จอย่างสูงล้ำทุกท่านถ้วนหน้ากันด้วยเทอญ ...



... สวัสดีครับ ...

... อ.ธนเทพ ปฏิพิมพาคม ...













วันอาทิตย์ที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

ดวงย้ายบ้านบ่อยๆ








... ดวงหญิง เกิดวันที่ ๑ มิถุนายน ๒๔๙๐ ...

... เวลา ๖.๓๕ น. วันอาทิตย์ ขึ้น ๑๓ ค่ำเดือน ๗ ปีกุน ... ชัยภูมิ ...


... ชีวประวัติ ...


... ดูดวงเธอไปแล้วก็น่าสงสาร เพราะ ชีวิตเธอหนักไปทางย้ายบ้านเป็นอาชีพอยู่ที่

หนึ่งเต็มที่ ๒ - ๓ ปีก็ย้ายแล้ว แต่หลักๆ ส่วนมากอยู่ได้ปีกว่าๆ ก็ต้องย้ายซะอีกแล้ว

เป็นเรื่องปกติ ... [ แต่ช่วงที่ดาว ๑ พันธุตกวินาสน์และดาว ๓ เป็นเกษตรอยู่เรือน

วินาสน์นี้ภายใน๒ -๓ วันเธอย้าย ๓ แห่งก็ยังมีไปแล้ว ] ...


หล่อนเป็นคนเจ้ายศเจ้าอย่าง วิตกจริต เป็นคนไม่ค่อย อดทนต่อสิ่งใดๆ ...

... เธอเป็นโสดไร้คู่ครองชิดใกล้ ไม่มีบุตรจากสายเลือด แต่ไปขอบุตรจากคนอื่น

เอามาเลี้ยงตั้งแต่เด็ก แต่พอโตเป็นหนุ่มก็จากเธอไปอีก ...

 เธอเคยเป็น พยาบาล ... เป็นครูสอนภาษาอังกฤษที่บ้านตัวเอง และที่โรงเรียน

ฝรั่งทั่วไป เพื่อนสนิทมีน้อย ...



... ที่ว่าย้ายบ้านบ่อย ...


... ดูไปที่ภพพันธุ [ บ้าน ] ดาว ๑ เจ้าเรือนไปกุมลัคน์ ร่วมกับ ราหูเจ้าเรือนภพกัมมะ

[ หน้าที่, ภาระ ] = พันธุ +กัมมะ + ตนุ + อริ ...

... แปลว่า ... บ้านเป็นภาระกิจที่ตนเองจะต้องลำบาก ลำบน ...

... ดาว ๖ เจ้าเรือนภพ ตนุ + อริ ไปอยู่ราศีเมษภพ วินาสน์  ...

= ตนุ + อริ [ หนักใจ ] + วืนาสน์ [ จากถิ่น ]  + ปัตนิ [ คนอื่น ] + วินาสน์ [ ย้าย ] ...

... แปลว่า ... ตนเองมักอึดอัดขัดใจต่อคนอื่น และย้ายบ้านอยู่เป็นประจำ เสมอมา ...


... จาก ๒ จุดที่แปลมานั้น นำมาเรียงความกันออกมาได้ว่า ...

... เจ้าชาตามักจะมีเรื่องหนักใจกับชาวบ้าน เลยต้องลำบากใจและเดือดร้อนในการ

ที่จะต้องย้ายบ้านอยู่บ่อยๆ เสมอมา ...



... จากลัตนาที่ ๒ ...


... ตอนนี้เราลองมาดูจากตนุลัคน์ตัวที่ ๑ คือดาว ๖ ไปอยู่ราศีเมษ ตั้งเป็นลัคนา

ที่ ๒ ที่นี่  จะเห็นได้ว่า ดาว ๓ เป็นเจ้าเรือนภพ มรณะ [ เดือดร้อน, ไม่สบายใจ ] ... 

มากุมอยู่ที่ภพตนุ ... อ่านว่า มรณะ + ตนุ = ความไม่สบายใจของเจ้าชาตา ...

มีดาว ๖ เจ้าเรือนภพ กฎุมภะ [ ได้มา ] + ปัตนิ [ คนอื่น , ปัญหา ] 

= คนอื่นสร้างปัญหาขึ้นมา ...

... ที่ภพปัตนิมีดาว ๒ เจ้าเรือนภพ พันธุ [ บ้าน ] กุมดาว ๕ ศุภะ [ ความสุข ] 

+วินาสน์ [ ไม่มี, ย้าย ] ...

= บ้านไม่มีความสุขเลยต้องย้ายบ้านไปเรื่อย ...


เราลองวกไปดูที่เรือนดาว ๒ ปัตนิ จะเห็นว่ามีดาว ๗ โทษทุกข์ กัมมะ [ กรรม ] 

สถิตย์อยู่เป็นตำแหน่งประ [ บ่อยๆ ] = เหนื่อยบ่อยๆ ...

รวมกันแปลว่า ... เมื่อไม่สบายใจจากปัญหาของชาวบ้านเกิดความทุกข์ใจ ... 

ตัวเองก็เลยต้องยอมเหนื่อยย้ายบ้านออกไปอยู่ที่ใหม่ไปเรื่อยๆ ...



... สรุปว่าดวงชาตานี้ การย้ายบ้านเกิดจากตนเองทั้งสิ้นที่ไม่อดทน อดกลั้น เพราะ

ดาว ๖ ตนุลัคน์ไปอยู่ราศีเมษ ธาตุไฟ โดนดาว ๕ มรณะ เล็งอยู่ที่ราศีตุลย์ภพอริ และ

ดาว ๓ ตนุลัคน์ตัวที่ ๒ ยังเป็นธาตุไฟอย่างแท้จริงอีกด้วย ...



... ข้อสังเกตุ ...


๑. ดาว ๑ กุมลัคน์มักหยิ่งในศักดิ์ศรี ไม่ยอมขายหน้ากับใคร ...

๒. ดาว ๒ ลูกสาวไปกุมดาว ๕ พ่อ อยู่ที่ภพอริ ...จิตใจมักขุ่นมัวไม่สดใส ...

ดาว ๒ เป็นเจ้าเรือนภพสหัชชะ เพื่อน อยู่ภพอริกุมดาว ๕ มรณะ

 = ไม่ค่อยมีเพื่อนดีๆซักเท่าไร ...

๓. ดาว ๓ ปัตนิไปอยู่ภพวินาสน์ ... จัดว่าเป็นดวงไร้คู่ ...

... สัเกตดูเห็น ดาว ๒ ทำมุมจตุโกณกับ ดาว ๗ ... ๒ + ๗ = สตรีหม้าย ...

๔.ดาว ๔ บุตรไปกุมดาว ๐ อาเพท ... จึงทำให้ไม่มีบุตร ...

... ที่ไปเอาบุตรคนอื่นมาเลี้ยงนั้นให้ดูที่ ...

ราศีพฤศจิกเป็นภพปัตนิ [ คนอื่น ] ตั้งภพปัตนิเป็นตนุ [ ดูเรื่องของคนอื่น ] 

ราศีมีนก็เป็นภพปุตตะ [ บุตรของคนอื่น ] ดาว๕ เป็นเจ้าเรือนไปเล็งดาว ๖ และ

ดาว ๓ ตนุลัคน์ตัวที่ ๑ และ ๒ ...และตรีโกณกับดาว ๔ บุตร ที่ราศีมิถุน ... ภพ

กฎุมภะ ได้มา ...

๕.ที่ว่าเป็นพยาบาลก็เพราะว่า ...  ๒ + ๕ = นางพยาบาล , ครู ...

ที่ว่าเป็นครูสอนภาษาอังกฤษที่บ้านเจ้าชาตาก็เพราะว่า ...

... ดาว ๑ หมายถึงภาษาอังกฤษ เป็นเจ้าเรือนพันธุ หมายถึงบ้าน ภาษา ...

ไปกุม ราหู กัมมะ งาน, ภาระหน้าที่ ก็เลยเปิดรับสอนภาษาอังกฤษที่บ้านตนเอง ...









... ดวงนี้เป็นดวงแถมให้ดูกันเพลินๆลองวิเคราะห์กันดู  แต่ขอบอกว่าดวงชาตานี้ย้าบแบบโหด

กว่าดวงชาตาแรกเยอะ ... มีเรื่องกันเสร็จเรียบร้อยแล้วก็ย้าย ไปอยู่ที่ใหม่มีปัญหาอีก ก็เกิด

วิวาทกัน แล้วก็ย้ายจากไปอีก เป็นเช่นนี้เรื่อยๆไม่จบสิ้นกันสักที ...มึน จริงๆ ...









... สำหรับวันนี้ขอสวัสดีก่อน ไว้พบกันในบทเรียนต่อไป

... กันนะครับ ...

... อ.ธนเทพ ปฏิพิมพาคม ...